เสียงใครบางคนแว่วดังเข้าหูต้วนหลิงเทียน และพอเขาหันไปก็พบว่าคนๆนั้นกำลังมองไปยังคนกลุ่มที่ 5 เช่นกัน ต้วนหลิงเทียนจึงยืนยันได้ว่า คนกลุ่มที่ 5 นั้น ก็คือ ตระกูลกงหยาง 1 ใน 2 ตระกูล
“ถ้างั้นหมายความว่า คนกลุ่มแรกที่ข้าเห็น ก็เป็นคนของตระกูลจ่างซุนสินะ?”
จากนั้นต้วนหลิงเทียนก็หันกลับไปมองกลุ่มคนที่นำโดยชายวัยกลางคนร่างจ้ำม่ำอีกรอบ
คนกลุ่มนี้ ก็สมควรเป็นคนของตระกูลจ่างซุน อีกตระกูลที่เหลือของ 2 ตระกูลนอกจากตระกูลกงหยาง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
…
หลังจากนั้นไม่นานนักก ร่างกลุ่มคนทั้ง 5 กลุ่มที่เหินลัดฟ้ามาแต่ไกล ในที่สุดก็บรรลุมาถึงน่านฟ้าเหนือใจกลางทะเลสาบอวิ๋นเยียน และกวาดตามองผู้คนโดยรอบที่มารอคอยแต่แรกด้วยสายตาเฉยเมย
หลายคนที่อยู่ใกล้กับจุดที่คนทั้ง 5 กลุม่ลอยร่างกันอยู่ ก็เริ่มๆเหินถอยออกไปเว้นระยะห่างให้ทั้ง 3 นิกาย 2 ตระกูลมีพื้นที่ ต้วนหลิงเทียนกับคนของประเทศฝูชิวเอง ก็เริ่มล่าถอยออกไปเล็กน้อยเช่นกัน
“ท่านประมุขปี้ไห่ รองประมุขเหิง รองประมุขจาง ผู้เฒ่ากงหยางอวี่…ในบรรดาพวกเราทั้ง 5 คน ก็สมควรมีตัวแทนที่รับผิดชอบเรื่องเปิดแดนสวรรค์ใต้โบราณมิใช่หรือ?”
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนที่เหินร่างนำกลุ่มคนของตระกุลจ่างซุน เหลือบมองผู้ที่นำพาคนของ 3 นิกายและอีกตระกูลมาทั่วๆ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม