“ฮ่องเต้หู…หากข้าจำไม่ผิดลูกปัดโลหะในมือเจ้าชิ้นนั้น สมควรเป็นเจ้าได้มาเมื่อ 200 ปีก่อนจากงานประมูลของตระกูลราชวงศ์ประเทศเฮยฉีมิใช่รึ?”
“และถ้าข้าจดจำไม่ผิด…ไม่ใช่ว่าเจ้าก็ประมูลลูกปัดโกโรโกโสนั่นมาในราคาแค่ 20,000 ผลึกอมตะสูงมิใช่หรือ?”
กล่าวถึงท้ายประโยค เชวียหมิงไฉยังไม่ลืมหันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าแววตาเห็นใจ กล่าวใส่ไฟไปอีกประโยค “สหายน้อยหลิงเทียน ดูเหมือนฮ่องเต้ฝูชิวจะสองจิตสองใจเรื่องจะมอบเกราะอมตะระดับราชานั่นให้ท่านไม่น้อย…หาไม่แล้วมันคงไม่ควักลูกปัดโกโรโกโสนั่นมาให้ท่านเลือกด้วยแน่นอน”
“ดูเหมือนทั้งหมดที่มันคิดจะทำ ก็แค่จะลองเดิมพันดู ว่าสุดท้ายแล้วท่านจะพลาดไปเลือกลูกปัดนั่นแทนชุดเกราะหรือไม่…กระทั่งยังจงใจกล่าวอวดอ้างสรรพคุณลูกปัดที่ไม่อาจเอาไปใช้การอันใดนั่นได้ให้ท่านฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ…”
“มิสู้…ท่านมาเข้าร่วมแดนสวรรค์ใต้ในนามประเทศหนันฉี่ข้ามิดีกว่าเหรอ? อย่างน้อยๆ ข้าก็มิใช่คนตระหนี่ถี่เหนียวเยี่ยงฮ่องเต้หูผู้นั้น…”
เชวียหมิงไฉกล่าวถึงท้ายยประโยคก็หันไปชักหน้าดูแคลนหูหลินอี้อย่างออกหน้าออกตา
และสีหน้าของหูหลินอี้ก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง เมื่อโดนเชวียหมิงไฉขุดเรื่องงานประมูล 200 ปีก่อนออกมาแฉ!
มันยังไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าเชวียหมิงไฉจะล่วงรู้เรื่องการประมูลเมื่อ 200 ปีก่อนด้วย!!
ยิ่งไปกว่านั้น เชวียหมิงไฉยังเปิดโปงแผนในใจของมันออกมาต่อหน้าประชาชีหมดสิ้น…