หลังได้ยินวาจากล่าวแฉของเชวียหมิงไฉ และเห็นสีหน้าหูหลินอี้ที่เปลี่ยนไป ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเหล่าผู้ที่มามุงชมดูเรื่องราวสนุกสนานจะยืนยันได้ ว่าสิ่งที่เชวียหมิงไฉกล่าวออกเป็นความจริง!
“เชวียหมิงไฉ เจ้าอย่าได้ใส่ร้ายปรักปรำผู้อื่นให้มากนัก!”
หูหลินอี้ถึงกับเรียกชื่อ เชวียหมิงไฉ ออกมาตรงๆไม่เรียกฮ่องเต้เชวียอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่ามันโมโหหนักแล้วจริงๆ
“ใส่ร้ายปรักปรำ?”
เชวียหมิงไฉระเบิดเสียงหัวเราะฮ่าๆ ค่อยกล่าวต่อว่า “เช่นนั้นรอให้ฮ่องเต้เฮยฉีมาถึง พวกเราลองไปไถ่ถามเรื่องราวดูเป็นอย่างไร ให้ผู้อื่นเป็นพยานดีหรือไม่?”
แน่นอนล่ะว่าเป็นไปไม่ได้ที่หูหลินอี้จะบ้าจี้ไปให้ฮ่องเต้เฮยฉีเป็นพยานปากเอกจริงๆ เพราะถึงตอนนั้นไม่วายเรื่องที่มันประมูลลูกปัดโลหะนี้มาด้วยราคา 20,000 ผลึกอมตะระดับสูงคงได้กลายเป็นโซ่รัดตัวมันแน่!
นอกจากนั้นตอนมันประมูลของชิ้นนี้มา ฮ่องเต้ประเทศเฮยฉีก็อยู่ด้วย
“เชวียหมิงไฉ…ที่เจ้าพล่ามมาทั้งหมด หรือเจ้าจะบอกว่าของสิ่งนี้ไม่มีค่า?”
หูหลินอี้มองจ้องเชวียหมิงไฉเขม็ง พลางกล่าวเสียงขรึม “เช่นนั้นเจ้าลองทำลายมันดู…ไม่สิขอแค่สร้างรอยขีดข่วนบนมันสักรอยให้ข้าชมดูเป็นขวัญตาจะได้หรือไม่?”
ขณะกล่าวหูหลินอี้ก็ใช้พลังหอบหิ้วลูกปัดประหลาดส่งไปทางเชวียหมิงไฉ ราวกับจะยั่วยุท้าทายให้เชวียหมิงไฉลงมือ