ขณะเห็นกระบี่อันยิ่งใหญ่ตระการนี้ หัวใจเหล่าผู้ชมล้วนมิอาจสงบได้
ซือถูหลิงเฟิงไร้จุดบอดอย่างแท้จริง ทั้งความเร็ว พลังป้องกันการกักเก็บปราณวิญญาณ พลังวิญญาณ…
ทุกสิ่งล้วนบรรลุสู่จุดสมบูรณ์แบบของขอบเขตปัจจุบันแล้ว
ร่างกายของเจียงผิงอันก็แข็งแกร่งมาก แต่หากเทียบกับซือถูหลิงเฟิง เขายังด้อยกว่ากันเล็กน้อย
เหลยจั้งกำลังจะเข้าไปช่วยเจียงผิงอัน แต่ขณะที่เขากำลังจะขยับตัว บนร่างก็ถูกแรงกดดันมหาศาลตรึงนิ่ง ทำให้เขามิอาจลงมือได้
เหลยจั้งหันกลับไปมองประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน กล่าวขึ้นเสียงเข้ม “ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ซู นี่เจ้าทำอะไรอยู่?”
ปรากฏว่าซูปินหยุดเขาไว้
ซูปินมองสมรภูมิด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “รอดูก่อน เจียงผิงอัน… จะชนะ”
“ชนะบ้าบออะไร เจียงผิงอันไม่เหลือปราณวิญญาณแล้ว ไม่มีทางใช้พลังวิญญาณลำพังเอาชนะซือถูหลิงเฟิงได้แน่ๆ หากไม่ลงมืออีก เจียงผิงอันได้จบสิ้นแน่……”
ตู้ม!
ขณะที่เหลยจั้งกำลังจะลงมือ หนึ่งเหตุผิดคาดก็อุบัติ กระบี่ยักษ์ซึ่งฟันลงมายังเจียงผิงอันระเบิดแหลกเฉียบพลัน
และสิ่งที่ทำให้ปวงชนรู้สึกเหลือเชื่อก็คือ เจียงผิงอันหาขยับตัวไม่แต่ผู้ลงมือแท้จริงคือหนึ่งในภาพฉายซากศพ!!
ปรากฏว่า ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนซึ่งเจียงผิงอันฆ่าไปเมื่อกาลก่อนและกลายเป็นภาพฉายคนหนึ่งขยับเข้าขวางการโจมตีของซือถูหลิงเฟิงไว้!
ภาพฉายใช้เคล็ดวิชา กระตุ้นพลังสายเลือด ยกระดับการฝึกฝนสู่ขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา ออกหมัด