‘ตั้งแต่ที่ข้าเข้าใจความลึกซึ้งเบื้องต้นอย่างความหมายแห่งดิน ข้าก็ไม่ได้ประมือกับใครสักคน…อยู่ดีๆก็มีคนมาให้ลองมือถึงที่ปานหินลับกระบี่ เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยๆก็จะได้รู้ว่าเสียทีว่าอาศัยพลังที่มีตอนนี้ ข้าจะทำได้ขนาดไหน’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจอย่างคึกคักอักโข
หลังได้รับฟังคำตอบเห็นชอบจากต้วนหลิงเทียน สองตาหูหลินอี้ก็ลุกวาวขึ้นมาสว่างโร่ ยังบังเกิดความมั่นใจล้นปรี่ หันไปมองเชวียหมิงไฉ พลางเชิดหน้าหยีตากล่าวตอบ “ในเมื่อฮ่องเต้เชวียคิดเดิมพัน ข้าก็จะเดิมพันเป็นเพื่อนสักครา…แต่ไม่ทราบฮ่องเต้เชวียคิดใช้สิ่งเดิมพันอันใด?”
“อุปกรณ์อมตะระดับราชาสักชิ้นเป็นไร?”
เชวียหมิงไฉกล่าวออกเสียงเรียบ
สำหรับมันแล้วเรื่องพนันขันต่ออะไรเป็นเรื่องรอง สิ่งที่มันต้องการมากที่สุดคือเห็นหูหลินอี้แพ้พ่ายขายหน้า! มันอยากให้อริเก่าของมันผู้นี้ต้องอับอายต่อหน้าผู้คนมากมาย!!
“ย่อมได้!”
หูหลินอี้ไม่แปลกใจอะไรที่จะควักอุปกรณ์อมตะระดับราชาออกมาลงเดิมพันแค่ชิ้นเดียว เพราะมันรู้อยู่แล้วว่าเชวียหมิงไฉไม่ได้สนใจของเดิมพันอะไรทั้งสิ้น อีกฝ่ายแค่อยากเห็นมันแพ้พ่ายอับอายเท่านั้น!
แต่มีหรือที่มันจะไม่คิดแบบเดียวกัน?
ในเมื่อเชวียหมิงไฉอยากให้มันอับอายขายหน้านัก ไหนเลยมันจะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องอับอายขายหน้าบ้าง?
“องค์ชายรองแห่งหนันฉี่เข้าใจกฏแห่งสายฟ้าแล้วจริงๆหรือ?”