มันเองก็พึ่งได้ยินมาว่าร้านใหญ่ไม่ไกลจากตรงนี้ มีคนเปิดหินดิบได้กระบี่อมตะจอมราชันไปครอง และเจ้าของยังมีความเกี่ยวพันกับเผ่าพยัคฆ์เหิน
และหินดิบที่มีกระบี่อมตะจอมราชันนั่น ก็อยู่ในร้านหินดิบร้านหนึ่งขององค์ชาย 9 แห่งประเทศตันจี้นี่เอง
“กระบี่อมตะจอมราชัน…เป็นเจ้าหนุ่มทั้ง 2 นั่นพบเจอหรือ…”
จนเมื่อพวกต้วนหลิงเทียนเดินออกจากร้านไปได้สักพัก เจ้าของร้านค้าหินดิบเล็กๆค่อยได้สติ อดกล่าวพึมพำออกมาเบาๆด้วยความอิจฉาไม่ได้
“น้องต้วน ไหนๆก็มาแล้ว เข้าไปเดินเล่นด้านในกันต่อเถอะ”
หลังออกจากร้านหินดิบเล็กๆมาแล้ว หวงเจียยหลงที่หันรีหันขวางพักหนึ่ง ก็เอ่ยชวนต้วนหลิงเทียนไปเดินเล่นในย่านซีฟางต่อ
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนคิดจะกลับไปจัดการเปิดหินดิบรับปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินตอนนี้เลย แต่เขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ดังนั้นจึงไปเดินเล่นในย่านซีฟางกับหวงเจียหลงต่อสักพัก จนเมื่อกองผลึกอมตะในแหวนพื้นที่ของหวงเจียหลงเริ่มหดหายสู่ความเวิงว้างอันไกลโพ้น ทั้งคู่ก็พากันกลับ
หลังจากกลับมาถึงพระราชวังหลวง และลุถึงบ้านลานในวังที่พัก ต้วนหลิงเทียนก็รีบกลับเข้าห้องหับ เปิดใช้ค่ายกลปิดกั้นในห้อง และนำหินดิบที่สมควรมีปฐพีแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นแรกที่เพลิงเทพโกลาหลกล่าวบอกออกมาทันที
‘ปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นแรกงั้นหรือ? ไม่รู้…ว่าหน้าตามันจะเป็นอย่างไร’