ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มป่นทำลายหินดิบทันที จากนั้นก็ใช้พลังหอบหิ้วซากธุลีที่ร่วงกราว และดูชมสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ด้านในด้วยความสนใจ
และในระหว่างนั้นสำนึกเทวะของเขาก็แผ่ออกไปเช่นกัน
ครู่ต่อมาทั้งสายตาและสำนึกเทวะเขา ก็พบเห็นเป็นกระดองเต๋าอันจิ๋วอันหนึ่ง และยังพบอีกด้วยว่าบนกระดองเต่าเล็กๆดังกล่าว ยังมีลวดลายยิบย่อยแลดูสลับซับซ้อนมากมาย และกระดองเต่าอันจิ๋วที่ว่ายังเยียบเย็นเป็นอย่างมาก
“หืม?”
และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนตรวจสอบกระดองเต่าชิ้นจิ๋วไปได้สักพัก เขาก็อดไม่ได้ที่จะสะดุ้ง
นั่นเพราะเขาพบว่ากระดองเต่าดังกล่าวอยู่ๆก็เปล่งแสงรัศมีสีเหลืองออกมา จากนั้นก็ปรากฏแสงสีทองสลัวๆหนึ่งไปปกคลุม หากทว่ากลับถูกแสงสีเหลืองทำลายลงในชั่วพริบตา!
“เพลิงเทพดูท่าสายตาท่านจะฝ้าฟางแล้ว…นี่มันปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นที่ 1 กับผีอันใด! มันเป็นปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นที่ 3 ต่างหาก!!”
เสียงทองเทพสุดลี้ลับโพล่งดังขึ้นในใจต้วนหลิงเทียนอย่างแตกตื่น และแม้จะเป็นการกล่าวคำกับเพลิงเทพโกลาหล แต่ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะใจสะท้าน!
ปะ…ปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินขั้นที่ 3!?
เทพแห่งธาตุทั้ง 5 นั้น หากคิดจะยกระดับพัฒนาขึ้นไปสักขั้น ต้องผ่านกระบวนการมากมาย อีกทั้งยังยากเย็นไม่ใช่น้อยหากจะบรรลุถึงขั้นที่ 3 เรื่องนี้ดูจากการพัฒนาของเพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 3 ก็เห็นได้ชัดเจน