ต้วนหลิงเทียนยังคงกล่าวสืบต่อด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
เป็นธรรมดาว่าที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวแนะนำออกไป ก็แค่กล่าวเล่นไปอย่างนั้น เพราะเห็นว่าหากเป็นจริงก็คงน่าสนุกสนานไม่น้อย ไม่ได้ตั้งใจจะให้หวงเจียหลงทำอย่างที่เขาพูดจริงๆ
เพราะสุดท้ายแล้วหากยังไม่หน้ามืดตามัวจริงๆ ก็คงรู้ว่าที่เขาพูดไปนั้น ก็แค่กล่าวเล่นไปเรื่อยหาแก่นสารอะไรไม่ได้
อย่างน้อยชายวัยกลางคนที่เป็นผู้คอยดูแลรับรองต้วนหลิงเทียยนยกับหวงเจียหลงในร้านก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมาด้วยรอยยิ้มขบขันหลังได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียน
“อั้ย! ที่น้องต้วนกล่าวนับบว่ามีเหตุผลยยิ่ง…จัดไป! เช่นนั้นข้าจะเหมาหินดิบรูปทรงกระบี่ที่เจ้าเมืองน้อยเมืองฝูเจี้ยนไม่เอาทั้งหมด!!”
“หากข้าดูไม่ผิดน่าจะมีเหลือทั้งสิ้น 13 ชิ้นใช่หรือไม่…จัดมา ข้าเหมา!!”
ตอนที่เจ้าเมืองน้อยเมืองฝูเจี้ยนคืนหินดิบรูปทรงกระบี่นั้น หวงเจียหลงก็เห็นเช่นกัน จากนั้นพอหันไปมองนับดูก็พบว่ามี 13 ชิ้น จึงคิดจะเหมาหมดตามคำแนะนำของต้วนหลิงเทียน
“พี่เจียหลง…ข้าแค่พูดเล่นไปอย่างนั้น ไฉนท่านถึงกับบ้าจี้ตามข้าได้เล่า!?”
ต้วนหลิงเทียนถึงกับอึ้งไปอยู่บ้าง ด้วยไม่คิดเลยว่าเขาที่พูดเล่นไปขำๆ แต่หวงเจียหลงจะบ้าจี้เอาจริงขึ้นมา!
หินดิบรูปทรงกระบี่ที่เหลือ 13 ชิ้นนั้น ตีราคาแล้วก็มากกว่า 13,000 ผลึกอมตะระดับสูงเสียอีก!