เมืองฝูเจี้ยนนั้นก็เป็น 1 ในเมืองใต้การปกครองของประเทศตันจี้ และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดเช่นกัน
และเจ้าเมืองฝูเจี้ยนนั้น ยังเป็นหนึ่งในยอดฝีมือขอบเขตขุนนางอมตะที่ร้ายกาจที่สุดของประเทศตันจี้
หลังจากที่คนต้นเรื่องอย่างหานอวิ๋นเฮ่อจากไปแล้ว ไม่นานสถานการณ์ภายนอกร้านก็เริ่มกลับสู่ความสงบ ผู้คนก็เริ่มแยกย้ายกันจากไป
ขณะเดียวกัน ด้านต้วนหลิงเทียนกับหวงเจียหลงก็มองชมหินดิบมากมายภายใต้การแนะนำของชายวัยกลางคน
และในระหว่างที่รับฟังคำแนะนำ หวงเจียหลงเองก็มีเลือกหินดิบติดไม้ติดมือมาลองดู อนิจจาทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีแต่ผงคลี เสียเงินไปเปล่าๆ…
“พี่เจียหลง ท่านเล่นเลือกสะเปะสะปะแบบนี้คงยากจะเจอของดี…ไม่สู้ซื้อเหมือนเจ้าเมืองน้อยเมืองฝูเจี้ยนจะดีกว่าหรือ อย่างน้อยๆก็อาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง อันที่จริงข้าว่าซื้อหินดิบรูปทรงกระบี่ที่เหลือนั่นเลยก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะท่านอาจเก็บตกของดีที่คนไม่มองก็ได้”
เมื่อเห็นว่าหินดิบที่หวงเจียหลเลือกซื้อมาป่นเล่นนั้น ล้วนแล้วแต่มีละอองธุลีไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมาพลางกล่าวด้วยความขบขัน
“และข้าเชื่อว่าหากท่านเก็บตกของดีจากหินดิบรูปทรงกระบี่ที่เหลือจากเจ้าเมืองน้อยเมืองฝูเจี้ยนได้ล่ะก็ ข้าเชื่อว่าทันทีที่เจ้านั่นรู้ข่าวคงต้องกระอักเลือดด้วยความช้ำใจแน่นอน…”