“หินดิบนั้น สามารถปิดกั้นสำนึกเทวะได้ทั้งหมด…ว่ากันว่าแม้แต่สำนึกเทวะของตัวตนขอบเขตจักรพรรดิอมตะ 10 ทิศที่นับเป็นตัวตนที่บรรลุด่านพลังสูงสุดของระนาบเทวโลก ยังไม่อาจใช้สำนึกเทววะตรวจสอบภายในหินดิบได้ และแม้แต่วิหารในตำนานอย่างวิหารเฟิงฮ่าวที่ลึกลับยากหยั่งถึง ที่ลือกันว่ามีตัวตนเหนือกว่าขอบเขตจักรพรรดิอมตะ 10 ทิศดำรงอยู่ ทว่าสำนึกเทวะของยอดฝีมือระดับนั้น ก็ยังไม่อาจมองผ่านหินนดิบที่เกิดขึ้นจากพลังอำนาจของธรรมชาติได้…”
“แต่เป็นธรรมดาว่าหินดิบมีพลังเพียงแค่ปิดกั้นสำนึกเทวะเท่านั้น ส่วนความแข็งแกร่งของตัวมันเองนั้นนับว่าไม่เท่าไหร่…อาศัยต้าหลัวจินเซียนที่อ่อนด้อยที่สุดยังบดขยี้มันให้เป็นผงได้ง่ายดาย สามารถนำสิ่งของที่อาจซุกซ่อนอยู่ภายในออกมาได้อย่างไร้ปัญหา…”
“และด้วยความที่สำนึกเทววะไม่อาจส่องผ่านเข้าไปได้ จึงทำให้ไร้ผู้ใดล่วงรู้ว่าภายในหินดิบนั้น ที่แท้มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่บ้าง…ด้วยคุณลักษณะพิเศษของหินดิบนี้เอง จึงเกิดการพนันหินขึ้นในระนาบเทวโลก และยังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ไม่น้อย”
หวงเจียหลงค่อยๆกล่าวเล่าเรื่องราวออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
ได้ยินเรื่องราวดังกล่าวต้วนหลิงเทียน ก็อดไม่ได้ที่จะลอบพยักหน้าเห็นด้วย
นับว่าหินดิบบนระนาบเทวโลกนั้น แตกต่างจากหินดิบในโลกมนุษย์ที่เขาเคยอยู่ในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง