หลังหัวเราะกล่าวอย่างผ่อนคลายแล้ว หวงเหยี่ยนเฟยก็ผายมือไปทางชายชราชุดดำกับชายวัยกลางคนชุดขาว พลางงกล่าวแนะนำให้ต้วนหลิงเทียนรู้จัก
และแทบจะพร้อมกันกับที่เสียงแนะนำของหวงเหยี่ยนเฟยดังจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็หันมองไปยังชายชรากับชายวัยกลางคนทันที ซึ่งอีกฝ่ายก็หันมามองสบตากับเขาเช่นกัน
ทันใดนั้น ต้วนหลิงเทียนยก็รู้สึกเสมือนถูกอีกฝ่ายมองจนทะลุปรุโปร่ง ราวกับต่อหน้าทั้งคู่เขาไม่อาจปิดซ่อนอะไรได้
‘หืม?’
ขณเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกไปรางๆ ว่าทั้งคู่คล้ายมีอะไรบางอย่างผิดแปลกบางงประการ แต่เขาก็ไม่อาจระบุชี้ชัดได้ว่าทั้งคู่แปลกตรงไหน
“ผู้เฒ่าโม่ อาไป๋”
ต้วนหลิงเทียนสูดอากาศเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งคู่ด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ…มิน่าแปลกใจเลยว่าไฉนเจ้าหนูเจียหลงถึงได้ยอมรับนับถือเจ้านัก…สามารถบรรลุถึงยอดเซียนอมตะขั้นสวรรค์ได้ตั้งแต่อายุไม่ถึงร้อยปี ทั้งพลังฝีมือยังสูงกว่าเจ้าหนูเจียหลงหลายขุม ไม่ธรรมดา!”
ไป๋กังกล่าวทักต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม เห็นชัดว่ามันเป็นคนอัธยาศัยดีไม่น้อย
สำหรับชายชราในชุดดำนั้น เพียงพยักหน้าให้ต้วนหลิงเทียนเบาๆ ก่อนจะถอนสายตาที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนกลับคืน
แต่ต้นจนจบแววตาอีกฝ่ายสงบนัก ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย
“เหอะๆ…เจ้าหนูหลิงเทียน ผู้เฒ่าโม่ผู้นี้เป็นดั่งน้ำแข็งก้อนหนึ่ง เจ้าอย่าได้ไปสนใจเลย”