หลังจากนี้ ต้วนหลิงเทียนไม่คิดบ่มเพาะพลังแต่อย่างใด เขามุ่งเน้นไปกับการหลอมโอสถอมตะ เพื่อให้คุ้นมือและขัดเกลายกระดับความสามารถในการหลอมโอสถอมตะให้สูงขึ้น
เพราะตอนนี้ต่อให้เขาบ่มเพาะพลังไป แม้ระดับพลังของเขาจะเพิ่มขึ้นอยู่บ้าง ทว่าเมื่อรับประทานโอสถเฉียนจินและทะลวงถึงขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดได้แล้ว รากฐานพลังในร่างเขาก็จะตกอยู่ในสถานะไม่เสถียรทันที
และตอนนี้ต่อให้เขาไม่บ่มเพาะพลังอะไร หลังจากกินโอสถเฉียนจินแล้วทะลวงถึงยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด สถานการณ์ด่านพลังในร่างเขาก็ยังต้องตกอยู่ในสถานะเดียวกัน
เช่นนั้นเขาจะเสียเวลาบ่มเพาะไปทำอะไร
ถ้าจะบ่มเพาะพลัง ก็ยังต้องรอให้บรรลุถึงขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดเสียก่อน
หลังผ่านไปอีกหนึ่งเดือนครึ่ง…
เมือเดินออกจากประตูเมืองทิศเหนือของเมืองหลวงประเทศฝูชิวมาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างนำหลิวก่วงหลินขึ้นไปบนฟ้า มุ่งหน้าเข้าหาคนกลุ่มหนึ่งที่เหินร่างรอคอยอยู่ก่อนไกลตา
“น้องต้วน!”
และพอเหินเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นได้ไม่ทันไร ก็มีเสียงคุ้นเคยหนึ่งดังทักมาแต่ไกล เป็นหวงเจียหลงนั่นเอง