หลายคนเริ่มคาดเดาตัวตนของต้วนหลิงเทียนได้ออก ทำให้ต้วนหลิงเทียนที่นั่งอยู่ในหลืบมุมของโถงรวมเหลาอาหารกลับกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที
“น้องต้วน ข้าขอบอกต่อท่านตามตรง ตั้งแต่ที่ข้าหวงเจียหลงคนนี้เกิดมา ข้าไม่เคยนับถือใครมาก่อนเลยสักคน…จะเป็นท่านพ่อก็ดีหรือฮ่องเต้ฝูชิวก็ดี ข้าเชื่อมั่นว่าหากมีเวลา วันหน้าข้าต้องก้าวข้ามได้แน่…”
หลังจากนั่งลงแล้วคีบเนื้อชิ้นหนึ่งมากินเสร็จ หวงเจียหลงก็เงยหน้าขึ้นมามองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยท่าทางเลื่อมไส “แต่หลังจากข้าเจอท่าน ข้าจึงได้รู้ว่าที่แท้การยอมรับนับถือใครสักคนนั้นเป็นอย่างไร”
“เจ้าเมืองน้อย ท่านก็กล่าวชมข้าเกินไป…ข้าเองก็ได้ยินมาเหมือนกัน ว่าความสามารถของเจ้าเมืองน้อยยอดเยี่ยมไม่ธรรมดา เป็นอัจฉริยะที่ยากพานพบในประเทศฝูชิวคนหนึ่ง หากไม่ใช่เพราะมัวแต่คอย ‘ดูแล’ สตรีน้อยใหญ่ เกรงว่าป่านนี้คงเหนือกว่าองค์ชาย 4 ฝูชิวไปแล้วกระมัง”
ต้วนหลิงเทียนมองกล่าวกับหวงเจียหลงอย่างถ่อมตัว ขณะยกย่องอีกฝ่ายส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็กล่าวแซวอีกฝ่ายออกมาด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
“อะแฮ่ม เดี๋ยวก่อนนะน้องต้วน…เรื่องนี้ท่านก็รู้ด้วยเหรอ?”
หวงเจียหลงสะดุ้งหน้าม้านไปเล็กน้อย มือยกขึ้นมาบีบจมูกแก้เขิน ด้วยไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มันบังเกิดความยอมรับนับถือจะรู้เรื่องงานอดิเรกของมันด้วย