เช่นนั้นแม้ด่านพลังฝึกปรือจะทัดเทียมกับหวงเจียหลง หากแต่พลังความแข็งแกร่งกลับมิอาจเทียบกับหวงเจียหลงได้เลย ทันทีที่เห็นหวงเจียหลงปราดร่างมาท้าชิงตัวเอง มุมปากจึงอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มขื่นขมออกมา
อีกทั้งศาสตราคู่กายของมันก็เป็นแค่อุปกรณ์อมตะระดับขุนนางเท่านั้น ไหนเลยจะเทียบรัศมีอุปกรณ์อมตะระดับราชาที่หวงเจียหลงสมควรมีไว้ในครอบครองได้ติด…
“ข้ายอมแพ้!”
ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรอให้หวงเจียหลงกล่าววาจาท้าทายอย่างเป็นทางการ ชายวัยกลางคนดังกล่าวก็ชิงประกาศคำยอมแพ้ออกมาก่อน เลือกจะเหินร่างออกจากสังเวียนอย่างไม่รอช้า จากนั้นก็สอดส่องมองไปยัง 7 สังเวียนที่เหลือว่าจะขึ้นไปท้าทายผู้ใดดี…
เนื่องจากมันเลือกที่จะยอมแพ้ไปเอง เช่นนั้นมันก็ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถท้าทายผู้อื่นได้ทันที
และการที่มันประกาศยอมแพ้หวงเจียหลงนั้น ก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองมาดีแล้ว ในเมื่อรู้ว่าตัวเองอ่อนด้อยกว่าผู้อื่นแทบทุกทาง ใยต้องไปหาเรื่องเจ็บตัวสิ้นสูญเรี่ยวแรง? มิสู้เก็บแรงไว้ท้าทายต่อยตีผู้อื่นในสภาพสมบูรณ์พร้อมจะประเสริฐกว่าหรือ?
หวงเจียหลงก็ไม่ได้แปลกใจอะไรที่เห็นอีกฝ่ายชิงกล่าวยอมแพ้ออกมาเสียก่อน มันก็ขึ้นไปลอยร่างกลางสังเวียนอย่างมั่นมาด
หลังจากนั้นเมื่อกวาดตามองไปทั่วๆคราหนึ่ง แล้วพบว่าไร้วี่แววผู้ใดจะขึ้นมาท้าทายวัดพลัง มันก็เริ่มหลับตาลงเพื่อพักผ่อน