หลิวก่วงหลินกล่าวถึงจุดนี้ ก็หยุดลงเล็กน้อย ค่อยขมวดคิ้วกล่าวสืบต่อว่า “ทว่าผู้ที่ลงทะเบียนประลองนั้น จำต้องขึ้นประลองทุกคน นอกจากนั้นแม้ในการประลองสวรรค์ใต้จะมีกฏว่าห้ามสังหารผู้อื่นด้วยเจตนา…แต่หมัดเท้าดาบกระบี่ล้วนไร้นัยน์ตา ยามลงมือจริงจังก็มิใช่ว่าจะหยุดยั้งกันได้ง่ายๆ บางทีอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างไม่คิดฝัน สุดท้ายก็อาจกลายเป็นอาการเรื้อรังส่งผลกระทบต่ออนาคต…”
“เช่นนั้นแล้ว เว้นเสียแต่จะเป็นยอดเซียนอมตะที่มีพลังฝีมือพอตัว ย่อมไม่มีผู้ใดหาญกล้าลงทะเบียนประลองเด็ดขาด เพราะเมื่อขึ้นสังเวียนประลองสววรรค์ใต้ไปแล้ว มีระบุไว้ตอนลงทะเบียนว่า จำต้องประมือกับอีกฝ่ายให้รู้สูงต่ำจริงๆ มิอาจกล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ได้ในทันที!”
“เว้นเสียแต่คู่ต่อสู้ที่พบเจอนั้นจะเป็นยอดเซียนอมตะที่มีชื่อเสียงและทรงพลังมากจนทุกคนรู้จัก เช่นนั้นถึงจะยอมแพ้ได้โดยไม่ต้องสู้…”
หลิวก่วงหลินกล่าวสืบต่อ
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ไม่นานภายใต้การบอกทางของคนในพระราชวังหลวง ต้วนหลิงเทียนก็พาหลิวก่วงหลินมาถึงสถานที่จัดการประลองสวรรค์ใต้ของพระราชวังหลวง
บริเวณที่จัดงานนั้น ยังอยู่ในส่วนลานด้านหน้าของพระราชวัง พื้นที่ส่วนนี้นับว่ากว้างขวางนัก มองไปก็พบสังเวียนประลองวงกลม 9 สังเวียน ตั้งอยู่ในลานอย่างไม่แออัด
อย่างไรก็ตามสังเวียนประลองวงกลมทั้ง 9 นั้นต่างจากสังเวียนประลองที่ต้วนหลิงเทียนเคยพบเจออยู่บ้าง