เพราะเหนือสังเวียนแต่ละแห่งปรากฏวงเวทย์อาคมหนึ่งสลักค้างไว้กลางหาว พุ่งยิงลำแสงลงมาปานไฟฉายสว่างจ้า เรียกว่าลานประลองทั้ง 9 ก็เกิดจากพื้นที่หน้าตัดของลำแสงที่ตกกระทบพื้นเป็นวงนั่นเอง
แน่นอนว่าพื้นที่หน้าตัดลำแสงแต่ละสายนั้นไม่ใช่เล็กๆเลย เพียงดูก็รู้ว่ามีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 หมี่
ลำแสงที่ก่อเกิดสังเวียน 9 สังเวียน ยังมีสีสันต่างกันถึง 9 สี
นอกจากสีรุ้งพื้นฐานทั้ง 7 อันได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดงแล้ว ยังมีสีขาวกับสีเทาอีกด้วย
รวมกันจึงเป็น เวที 9 สีสัน
นอกจากนั้นทั้ง 4 ทิศรอบลานอันมีสังเวียนทั้ง 9 ตั้งอยู่ ก็ปรากฏอัฒจันทร์ใหญ่โต 4 หลังปลูกสร้างเอาไว้
อัฒจันทร์ด้านซ้ายกับขวานั้นแลดูหรูหรามีระดับไม่ธรรมดา ไม่พ้นต้องมีไว้ให้แขกคนสำคัญของประเทศฝูชิวเป็นแน่ ส่วนอัฒจันทร์ที่หรูหราที่สุด ก็คืออัฒจันทร์ฝั่งในของพระราชวัง แลดูก็รู้ว่ามีไว้สำหรับคนในตระกูลราชวงศ์ของประเทศฝูชิวหรืออาคันตุกะทรงเกียรติของตระกูลราชวงศ์โดยเฉพาะ
ส่วนอัฒจันทร์ด้านสุดท้ายแลดูเรียบง่ายและธรรมดาที่สุด ไม่พ้นมีไว้ให้เหล่าผู้ลงทะเบียนประลองกับผู้ติดตามเป็นแน่
ต้วนหลิงเทียนที่สังเกตเห็นหมายเลขระบุไว้แน่ชัดบริเวณที่นั่ง จึงหยิบป้ายที่พึ่งเก็บไปขึ้นมาดู ก็พบว่ามีหมายเลขระบุไว้เรียบร้อย ซึ่งพอมองเทียบกับที่นั่งบนอัฒจันทร์แล้วก็พบว่าเป็นที่นั่งหลังๆ