เสื้อผ้าอาภรณ์ของพวกนางยังมีสีเดียวกัน ที่แตกต่างกันก็แค่ลายปักเท่านั้น
สตรีที่ยืนอยู่ด้านซ้ายสุด ที่ถูกเรียกว่าพี่หญิงเหมยนั้น มาในชุดสีม่วงปักลายดอกเหมยงดงาม
สตรีที่ถัดมาด้านขวาจากนางคนหนึ่ง แม้ชุดส่วมใส่จจะเป็นสีม่วง หากแต่ลายปักกลับเป็นลายกล้วยไม้เบ่งบาน แลแล้วสดชื่นสบายตานัก
สตรีคนที่สามนั้นก็มาในชดสีม่วงเช่นกันหากแต่ปักลายใบไผ่ให้ความรู้สึกสุขุมสง่า ส่วนสตรีคนที่ 4 มาในชุดสีม่วงรูปแบบดียวกันหากแต่ปักลายดอกเบญจมาศแลดูสดใสร่าเริง
ตอนนี้ทั้ง 4 ร่างจับจ้องมองไปยังดาวเคราะห์ต้นกำเนิดเบื้องหน้าไม่วางตา ราวกับเฝ้ารออะไรบางอย่าง
ในเวลาเดียวกัน
ภายในถ้ำแห่งหนึ่งบนเทือกเขาสูงชัน ของระนาบโลกียะที่เรียกว่า ระนาบรกร้างสุดไพศาล
“น้าหวู่…ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
สตรีในชุดกระโปรงขาวคนหนึ่งมองถามไปยังสตรีในชุดแดงเพลิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิกลางถ้ำด้วยสายตาเป็นกังวล
สตรีในชุดแดงเพลิงยามนี้กำลังโคจรพลังรักษาตัวอยู่ ยามไอพลังของนางลุกโชนขึ้นมาท่วมร่าง มองไปคล้ายเทพธิดาอัคคีก็ไม่ปาน มวลพลังรอบกายยังคล้ายวิหกไฟเหินบินฉวัดเฉวียนเล่นลม
ครู่ต่อมาสตรีชุดแดงเพลิงดังกล่าวก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะยกมือขึ้นปาดเช็ดเลือดที่ไหลซึมออกมาบริเวณมุมปากเบาๆ ค่อยหันไปมองสตรีชุดขาวข้างกายด้วยรอยยิ้ม กล่าวพลางส่ายหัวไปมาช้าๆ “ซือหลิงไม่ต้องห่วง น้าหวู่ไม่เป็นอะไร”