ยามนี้ ผู้เดียวที่จะหยุดเจียงผิงอันได้ก็คือร่างโกลาหลซือถูหลิงเฟิง
“อย่าหนีเชียว อีกไม่ช้าเจ้าจะได้ตายอย่างไร้ที่ฝัง!”
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคืองแค้น
ในดินแดนลับของภูเขาจักรพรรดิ ขุมกำลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์และอัจฉริยะเลิศล ้าทั้งหลายกำลังนั่งชมการประลองอัจฉริยะอยู่ในลานประลอง
ขณะนั้น ทุกผู้จ้องมองสมรภูมิตาค้าง ใบหน้าเปี่ยมความตกตะลึงไม่อยากเชื่อ
สีหน้าของฉางซุนผิงเจิ้นแข็งค้าง “นี่… เป็นไปไม่ได้ นายน้อย…พ่ายแล้ว…”
ในค่ายอาคม ณ ลานประลอง ร่างของซือถูหลิงเฟิงเจียนพังทลาย เห็นกระทั่งหัวใจที่ยังเต้นอยู่ของเขา
แต่ถึงอย่างนั้น ซือถูหลิงเฟิงก็ยังไม่ตาย ดวงตาของเขาเลื่อนลอยงุนงง จ้องตรงมาที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เหลียงเซียวหงตรงหน้าเขา
“เจ้า… เมื่อครู่ใช้วิชาหมัดอะไร?”
หมัดสุดท้ายของเหลียงเซียวหงทรงพลังสุดแสน ขนาดเขาใช้อำนาจกลืนกินและพลังโกลาหลยังมิอาจแม้แต่จะหยุดยั้ง
เหลียงเซียวหงเกลี่ยผมตัวเองพลางกล่าวเบาๆ “หมัดจักรพรรดิ”
เมื่อได้ยินวาทะนี้ ยอดฝีมือทั้งหลายใกล้เคียงต่างผุดลุก แผ่ปราณชวนสะพรึงในตัวกันอย่างเกินควบคุม
“หมัดจักรพรรดิ? หรือจะเป็นวิชาหมัดที่มหาจักรพรรดิสร้างขึ้น?”
“ต้องใช่แน่ ๆ! เมื่อครู่ข้าสัมผัสแรงกดดันพิเศษได้ มิใช่สิ่งที่วิชาลับธรรมดาจะมีได้เลย!”
“มิใช่วรยุทธ์นี้ไม่มีการสืบทอดหรือ? เหลียงเซียวหงไปบรรลุมันได้อย่างไร?”
หมัดจักร