‘อาศัยความเร็วของฮ่วนเอ๋อ หากนางยังคงมุ่งหน้ามาทางนี้ไม่เปลี่ยน ป่านนี้ข้าสมควรตามนางทันแล้ว…ดังนั้นไม่พ้นระหว่างทางนางต้องเปลี่ยนทิศมุ่งหน้าไปทางอื่นแทน’
‘และด้วยนิสัยของฮ่วนเอ๋อ นางย่อมไม่คิดจะรั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนที่ไร้อะไรให้นางสนใจอีกแน่นอน…เช่นนั้นนางไม่พ้นต้องมุ่งหน้าไปยังภาคกลางแน่ ก็แค่นางจงใจหลอกให้หลิวก่วงหลินสับสน จากนั้นพอเดินทางได้ระยะหนึ่งนางก็เลือกจะเปลี่ยนเส้นทาง เพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคกลางตามเดิม’
คิดถึงจุดนี้ ร่างต้วนหลิงเทียนก็วูบไหว ย้อนกลับไปยยังจุดที่หลิวก่วงหลินอยู่ด้วยความเร็วสูง จากนั้นสะบัดมือคราหนึ่งเขาก็หอบหิ้วร่างหลิวก่วงหลินออกค้นหาตามเส้นทางระหว่างพื้นที่ชายแดนกับภาคกลางแบบปูพรม
แม้จะหอบหิ้วหลิวก่วงหลินไปด้วย แต่ความเร็วของต้วนหลิงเทียนก็ยังสูงล้ำนัก ไม่นานก็มาถึงสุดขอบพื้นที่ชายแดนแล้ว
“นายท่าน แนวเทือกเขาเบื้องหน้าก็เป็นดั่งกำแพงกันระหว่างพื้นที่ชายแดนกับพื้นที่ภาคกลาง…ตรงนั้นยังเป็นสถานที่จัดตั้งค่ายกลกั้นแดน เพื่อบีบให้ตัวตนขอบเขตราชาอมตะไม่ให้รั้งอยู่พื้นที่ชายแดนนาน และต้องมุ่งหน้าเข้าสู่ภาคกลาง…แนวเทือกเขาดังกล่าว ยังเป็นดั่งปราการธรรมชาติ ที่แบ่งเขตระหว่างพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ส่วนกลางของแดนสวรรค์ใต้อย่างอัศจรรย์…”