ังต่อสู้อันเรืองฤทธิ์ของเจียงผิงอันทำให้ปวงชนตกใจ
แต่นี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เจียงผิงอันเร่งอัสนีหยินในกาย เมฆสายฟ้าสีเลือดชวนสะพรึงปรากฏบนท้องฟ้า วายุหยินหวีดหวิว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
โครงกระดูกวิญญาณร้ายถูกเรียกมา หลากไหลเข้าจากทั่วสารทิศ
“วิญญาณร้าย! เราเรียกวิญญาณร้ายมาได้!”
“อัสนีสีดำ? โลกนี้มีอัสนีเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”
“เวรเอ๊ย ข้าเกลียดวิญญาณร้ายที่สุดเลย!”
ผู้ฝึกตนมากมายซึ่งชมศึกอยู่ล้วนผงะกับอัสนีสีดำ
ยามเห็นวิญญาณร้ายเข้า พวกเขาก็ขวัญผวาเสียจนรีบลี้ไป
สิ่งนี้พิเศษยิ่ง พวกมันกลืนกินอายุขัยผู้ฝึกตนได้
วิญญาณร้ายจำนวนมากพรั่งพรูเข้าสู่สมรภูมิ กรูกันเข้าหาเจียงผิงอันและศัตรูรอบข้าง
วิญญาณร้ายเหล่านี้ไร้ผลกับเจียงผิงอัน สามารถต่อสู้กับพวกมันได้อย่างเต็มกำลัง
แต่มันทำให้คู่ต่อสู้ทั้งหลายขวัญผวา
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้เล็งเป้าคนผู้หนึ่ง ใช้วิชาดึงดาราและผนึกสรวงตรึงร่างอีกฝ่าย ก่อนจะออกหมัดเข้าใส่
ร่างของอีกฝ่ายสลายเหลวในพริบตา
ศัตรูตกตายไปอีกคน
ขณะมองเจียงผิงอันเก็บเกี่ยวชีวิตศัตรูในสมรภูมิ ซูไห่ก็ถ่ายทอดกระแสปราณถึงผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “พวกเจ้าว่าเจียงผิงอันเป็นมารจริงๆ แล้วหรือเปล่า ปราณของเขาพิกลนัก”
ไหนจะปราณมาร ไหนจะอัสนีสีดำ ไหนจะเรียกวิญญาณร้ายไหนจะพิษ…
ให้ความรู้สึกราวเจ้าเด็กนี่เกือบจะมีคุณสมบัติคนชั่วพร้อมสรรพแล้ว
“เวรเอ๊ย!”
ยอดฝีมือตระกูลฉางซุนเดือดดาลร่างสั่น