อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปรากฏตัวจนถึงบัดนี้ หวางตันเฟิ่งก็เอาแต่มองจ้องเขาด้วยสายตาเยียบเย็น กระทั่งในแววตายังฉายชัดถึงเจตนาฆ่าฟันอย่างไม่คิดระงับ
‘ดูท่านางจะรู้หมดแล้วสินะ ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างข้ากับมู่หรงปิง’
เมื่อเห็นสายตาเย็นชาแฝงจิตฆ่าฟันที่อีกฝ่ายมองมา ต้วนหลิงเทียนก็คาดเดาเรื่องราวได้อย่าง่ายดาย
‘ในเมื่อนางรู้เรื่องระหว่างข้ากับมู่หรงปิงแล้ว คงเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะปราณีมู่หรงปิง…บางทีนางอาจบังเกิดอาการคิดเขวี้ยงมุสิกกริ่งเกรงภาชนะเสียหายอยู่บ้าง เพราะมีเรื่องตระกูลใหญ่ในภาคกลางหนุนหลังข้าอยู่ แต่ในเมื่อนิกายอมตะสราญรมย์มันขุดประวัติความเป็นมาข้าออกมาได้ ทั้งยังป่าวประกาศไปทั่ว แถมนิกายอมตะสือหังก็อยู่ใกล้นิกายอมตะสราญรมย์มากกว่านิกายอมตะไท่อี…’
‘เช่นนั้นสิบในสิบนิกายอมตะสือหัง…สมควรได้รับข่าวเรื่องประวัติความเป็นมาของข้าแล้ว’
‘ในสถานการณ์แบบนี้…มู่หรงปิง…นาง’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ไม่กล้าคิดอีกต่อไป ขณะเดียวกันสำนึกเทวะอันทรงพลังของเขาก็กำจายออกมาจากร่างเร็วไว
สำนึกเทวะของเขาสัมผัสได้ถึงหวางตันเฟิ่งที่อยู่เบื้องหน้าชัดเจนกว่าใคร เพราะพลังฝึกปรือของหวางตันเฟิ่งนั้นไม่ใช่ชั่วเลย
เรียกว่าในบรรดาฝูงชนของนิกกายอมตะสือหังที่มารวมตัวกัน นางเด่นไม่น้อยอีกทั้งยังเป็นคนที่อยู่ใกล้เขาที่สุด