จากนั้นสำนึกเทวะของเขาที่แผ่ขยายออกไป ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงตัวตนขอบเขตพลังขุนนางอมตะ 9 ตำหนักอีกสองคน
และสองคนนนี้หาใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขาไม่ เพราะพวกนางก็เคยพบเจอกับเขาตอนที่อยู่เมืองเต๋าโอสถพื้นที่แห้งแล้งมาก่อนแล้ว
ประมุขนิกายอมตะสือหัง หนานกงซิ่ว!
ผู้พิทักษ์ลำดับที่ 1 ของนิกายอมตะสือหัง หลินหรู!
อย่างไรก็ตามด้วยความที่สำนึกเทวะของต้วนหลิงเทียนนั้นอยู่ในขอบเขตราชาอมตะ 6 ผสาน เช่นนั้นไม่ว่าจะหวางตันเฟิ่ง หนานกงซิ่ว หรือหลินหรู ก็ไม่อาจสัมผัสได้ถึงสำนึกเทวะของเขาได้เลย เนื่องจากระดับพลังมันแตกต่างกันเกินไป
จากนั้นสำนึกเทวะของต้วนหลิงเทียนก็แผ่ขยายออกไปอีก
ชั่วพริบตาถิ่นที่อยู่ของนิกายอมตะสือหัง ก็ถูกสำนึกเทวะของเขาครอบคลุมจนทั่ว
‘ขุนนางอมตะ 10 ทิศ?’
‘ดูเหมือน…มันจะเป็นผู้พิทักษ์สูงสุดของนิกายอมตะสือหัง บิดาหวางตันเฟิ่ง หวางชิวขวง’
ต้วนหลิงเทียนที่แผ่สำนึกเทวะครอบคลุมไปทั่วทั้งนิกายอมตะสือหัง ไม่ทันไรก็จับสัมผัสถึงหวางชิวขวงได้ และเป็นธรรมดาว่าหวางชิวขวงเองก็ไม่อาจสัมผัสถึงสำนึกเทวะเขาได้เช่นกัน
“ฮู่ว~~”
จากนั้นไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงมู่หรงปิง และยืนยันได้ว่ามู่หรงปิงยังปลอดภัยไร้เรื่องราว ต้วนหลิงเทียนก็ถอนสำนึกเทวะกลับทันที อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่สีหน้ายังเผยให้เห็นถึงความหวาดเสียวไม่หาย
“ตกลงเจ้าคือต้วนหลิงเทียนใช่หรือไม่?”