หวางตันเฟิ่งที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนเขม็ง พอเห็นว่าสีหน้าต้วนหลิงเทียนฉายให้เห็นความหวาดกลัว ก็จี้ถามออกไปเสียงแข็งอีกรอบ
“ข้า ต้วนหลิงเทียน ยินดีที่ได้พบผู้พิทักษ์หวางตันเฟิ่ง”
ถึงแม้จุดประสงค์การมาวันนี้ของเขาคือจะขู่ให้หวางตันเฟิ่งหวาดกลัวจนไม่กล้าแตะต้องมู่หรงปิง แต่อย่างไรเสียหวางตันเฟิ่งก็เป็นอาจารย์ที่ชุบเลี้ยงมู่หรงปิมาแต่เล็กแต่น้อย ไม่ว่านางจะร้ายเพียงใด แต่ต้วนหลิงเทียนก็ยังทักทายนางออกไปด้วยท่าทีสุภาพให้เกียรติ
เผชิญหน้ากับการประสานมือคารวะอย่างแสดงความเคารพของต้วนหลิงเทียน สีหน้าของหวางตันเฟิ่งยังคงความเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน อย่างไรก็ตามแววตาอำมหิตเยียบเย็นของนางก็ค่อยๆลดท่าทีลง
หากบอกว่าตอนแรกที่รับทราบการมาของต้วนหลิงเทียนนั้น นางมีโมโหนัก
บัดนี้พอได้เห็นต้วนหลิงเทียนทั้งท่าทีอีกฝ่าย นางจึงพอได้สงบอารมณ์ลงบ้าง
ขณะเดียวกัน แววตานางก็อดไม่ได้ที่จะเรืองขึ้นอีกวาบ และกลอกตามองไปยังความว่างเปล่าทั่วๆ หมายสำรวจดูว่าใช่มียอดฝีมือเร้นกายลอบให้ความคุ้มครองต้วนหลิงเทียนอยู่หรือไม่
“เถี่ยไท่เหอ จากนิกายอมตะไท่อี ยินดีที่ได้พบผู้พิทักษ์หวางตันเฟิ่ง”
ตอนนี้เองเถี่ยไท่เหอที่อยู่ด้านหลังต้วนหลิงเทียน ก็ป้องมือประสานคารวะทักทายหวางตันเฟิ่งออกไป
“ผู้พิทักษ์หวางไม่จำเป็นต้องตรวจสอบให้เสียเวลา…ครานี้ที่มาเยือนนิกายอมตะสือหัง มีแต่พวกเราสามคน ไม่มีบุคคลที่ 4 แต่อย่างไร”