“ส่วนเรื่องระหว่างเรา ค่อยว่ากันภายหลังก็ยังไม่สาย…ท่านรอให้ข้าเสร็จเรื่องกับหวางชิวขวงก่อนเถอะ”
พอกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็หันกลับมามองจ้องหวางตันเฟิ่งโดยไม่รู้ตัว เพราะอย่างไรเสียหวางชิวขวงที่เขาคิดมาทุบตีสั่งสอนให้รู้เรื่องวันนี้ อย่างไรก็เป็นบิดาบังเกิดเกล้าของนาง
“อาศัยเจ้า คิดท้าทายท่านพ่อข้ารึ!?”
หวางตันเฟิ่งแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาสีหน้าไม่ขาดหยันหยามดูถูก “หากเจ้าไร้ภูมิหลังอย่างตระกูลใหญ่อันใดในภาคกลาง วันนี้เจ้าก็อย่าหวังว่าจะรอดกลับออกไปจากนิกายอมตะสือหังเราทั้งยังมีชีวิต!!”
พอกล่าววาจาอำมหิตจบคำ จิตสังหารพร้อมกลิ่นอายพลังอันน่าพรั่นพรึงก็เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างบาง พาลให้เหล่าศิษย์นิกายอมตะสือหังที่อยู่ไม่ไกล อดไม่ได้ที่จะหน้าเปลี่ยนสี เพราะแรงกดดันพลังระดับนี้ สุดที่พวกนางจะต้านทานรับไหวจริงๆ! เร่งพากันเหินร่างถอยห่างออกจากหวางตันเฟิ่งจ้าละหวั่นดั่งผึ้งแตกรังทันที!!
“ดูเหมือนผู้พิทักษ์หวางจะไม่เชื่อว่าข้ามีพลังสามารถพอจะท้าทาบิดาท่านได้สินะ…”
เผชิญกับการดูถูกดูแคลนของหวางตันเฟิ่ง ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพียงกล่าวออกไปเบาๆอีกรอบ หากแต่น้ำเสียงที่เคยสุภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“เช่นนั้นข้าจะให้ผู้พิทักษ์หวางรับทราบ…ว่าข้ามีพลังฝีมือมากพอจะท้าทายบิดาท่านหรือไม่!”
และพอกล่าวจบคำ ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็หดเล็กลงโดยพลัน
พริบตาต่อมา