หลินหรูนั้นเขาไม่ได้สนิทสนมอะไรมากนัก แต่นางก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขา และไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกันมาก่อน กระทั่งวันนี้ในแววตาของนางแม้จะดุร้ายเอาเรื่อง แต่ก็ยังไม่เผยจิตสังหารออกมาเลย ทั้งๆที่รู้แล้วว่าเขาโกหกหลอกลวงก็ตาม…
ส่วนหนานกงซิ่วนั้น แม้จะเคยส่งคนไปฆ่าเขา แต่เขาก็สามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ กล่าวไปเพราะการกระทำนี้ยังทำให้เขารู้สึกชอบพอหนานกงซิ่วผู้นี้ไม่น้อย เพราะนางเป็นห่วงและดีกับมู่หรงปิงอย่างมาก
“ประมุขหนาน ข้าต้องขออภัยต่อท่านด้วย วันนั้นที่ข้าอุปโลกน์เรื่องตระกูลใหญ่ออกมาเพราะข้ามีความจำเป็นจริงๆ…”
เช่นนั้นเขาจึงเลือกมองหนานกงซิ่วด้วยท่าทีรู้ผิด พลางกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจว่า “เช่นนั้นข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจ…”
“เจ้านี่มัน! มาหลอกข้าแล้วแท้ๆ แต่ยังจะมีหน้าขอให้ข้าเข้าใจอีกรึ!?”
โทสะในแววตาหนานกงซิ่วลุกโหมขึ้นมาปานเพลิงไฟได้น้ำมันทันใด เสียงของนางยังเย็นชามากขึ้นทุกขณะ
“เอ่อ ประมุขหนานเรื่องนี้ไว้เดี๋ยวพวกเราค่อยไปสะสางกันภายหลังเถอะ…”
โดนหนานกงซิ่วมองจ้องมาด้วยสายตาดุร้ายเอาเรื่องแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง สุดท้ายก็ตัดสินใจยิ้มกล่าวเปลี่ยนเรื่องออกไปหน้าตาเฉย “จุดประสงค์การมาของข้าวันนี้ ก็คือการท้าทายผู้พิทักษ์สูงุสด หวางชิวขวง ของนิกายอมตะสือหัง…”