หลังได้รับคำยืนยันจากลุ่ยหลัว สองตาหวางตันเฟิ่งก็ทอประกายเยียบเย็นอำมหิต จากนั้นร่างนางก็พร่ามั่วไปดั่งเงาเลือน ก่อนจะอันตรธานหายไปจากสายตาล่ยหลัวทันที
“ท่านอาจารย์รอข้าด้วย!”
ถึงแม้ลุ่ยหลัวจะมองไม่เห็นร่องรอยของสตรีงาม แต่นางย่อมเดาได้ไม่ยากว่าไม่พ้นอาจารย์ต้องไปยังจุดที่เสียงต้วนหลิงเทียนดังออกมาเมื่อครู่แน่!
ครู่ต่อมาร่างบางก็เหินทะยานขึ้นฟ้า แล้วมุ่งตรงไปยังทิศทางต้นเสียงของต้วนหลิงเทียนทันที
‘ตอนนี้ศิษย์พี่หญิงสาม ก็สมควรได้ยินเสียงของมันแล้วใช่ไหม…แต่น่าเสียดาย ต่อให้ศิษย์พี่หญิงสามจะได้ยินเสียงมัน แต่ก็ไม่อาจออกมาจากที่นั่นได้’
ในขณะที่ลุ่ยหลัวเหินร่างไปตามเสียงของต้วนหลิงเทียน ในใจนางก็ปรากฏร่างบางในชุดม่วงหนึ่งขึ้นมา อดทอดถอนใจไม่ได้
“เขา…เขามาทำอะไรที่นี่…ทั้งยังไปท้าผู้พิทักษ์สูงสุดอีก?”
ที่เชิงเขาอีกลูกของนิกายอมตะสือหัง มีลานเล็กๆแลดูทรุดโทรมแห่งหนึ่ง ร่างสตรีที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆจะพังแหล่มิพังแหล่ในลานนั้น พอได้ยินเสียงที่ดังมาแต่ไกล คนก็ผุดลุกขึ้นมายืนพรวด สองตาที่ฉายแววตื่นเต้นได้วาบหนึ่งก็เริ่มถูกความกังวลเข้ามาแทนที่
สตรีดังกล่าวมาในชุดกระโปรงแลดูธรรมดาสีม่วงอ่อน หว่างคิ้วโค้งดั่งขนนก ผิวกายขาวกระจ่างปานหิมะแรกฤดูหนาว เอวคอดกิ่วแลดูอรชรอ้อนแอ้นนัก