ในเวลานั้นนางเองก็เหมือนกันกับหนานกงซิ่ว พอได้ยินเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนอาจเป็นลูกหลานจากตระกูลใหญ่ในภาคกลางอย่าง ตระกูลต้วนนภาล่อง นางก็รู้สึกว่าบางทีนิกายอมตะสือหังอาจมีไม้ใหญ่ให้พึ่งพิง และอาจถีบตัวยกระดับฐานะขึ้นไปได้ครั้งใหญ่…
ที่สำคัญงานวิวาห์ระหว่างต้วนหลิงเทียนกับมู่หรงปิง ไม่พ้นต้องเป็นงานมหามงคลที่จะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของนิกายอมตะสือหังแน่นอน
กระทั่งหลังจากจบงานสมัชชาเต๋าโอสถแล้ว พอกลับมาถึงนิกายอมตะสือหัง นางกับหนานกงซิ่วก็พากันไปโน้มน้าวหวางตันเฟิ่งผู้พิทักษ์ลำดับ 2 ของนิกายอมตะสือหังทันที
เป็นธรรมดาว่าทันทีที่ได้รู้เรื่องนี้ หนานกงซิ่ว ย่อมมีโมโหเป็นอย่างมาก และคิดจะลงมือสำเร็จโทษมู่หรงปิงให้ตกตายในบัดดล
อย่างไรก็ตามพอนางล่วงรู้ว่าต้วนหลิงเทียนอาจเป็นตัวตนที่มาจากตระกูลใหญ่ในภาคกลาง นางก็บังเกิดความหวั่นเกรงและไม่กล้าลงมือทำอะไรทั้งสิ้น
ทว่าเมื่อไม่นานมานี้นางกลับได้ข่าวจากสายที่อยู่ในพื้นที่ก้าวข้าม ว่านิกายอมตะสราญรมย์ได้สืบพบความเป็นมาของต้วนหลิงเทียนเรียบร้อยแล้ว
ต้วนหลิงเทียนนั้น ที่แท้มิใช่ลูกหลานของตระกูลใหญ่ในภาคกลางแต่อย่างไร ทว่าเป็นแค่ผู้ที่พึ่งขึ้นสวรรค์มายังหลิงหลัวเทียนเท่านั้น
พอได้ยินข่าวดังกล่าว หวานตันเฟิ่งจึงบังเกิดจิตคิดสังหารมู่หรงปิงขึ้นมาอีกรอบ
ทว่านางกลับถูกหนานกงซิ่วประมุขนิกายอมตะสือหังหยุดไว้
กระทั่งหนานกงซิ่วยังกล่าวออกมาอีกว่า