ถึงแม้ว่าสีหน้าต้วนหลิงเทียนจะไม่เผยความรู้สึกใดๆออกมา แต่ฮ่วนเอ๋อที่อยู่กับต้วนหลิงเทียนมาพักใหญ่ ย่อมคุ้นเคยกับสีหน้าท่าทีของต้วนหลิงเทียนเป็นอย่างดี
และครั้งนี้นางก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าพี่หลิงเทียนของนางไม่ได้สงบอย่างที่เห็นแค่ผิวเผิน อารมณ์ยังไม่มั่นคงถึงขั้นทำให้กลิ่นอายพลังเริ่มแผ่ออกมาทั่วร่าง
จากนั้นนางก็เร่งกุมมือต้วนหลิงเทียนทั้งออกแรงบีบมือต้วนหลิงเทียนเบาๆ ราวกับอยากให้ต้วนหลิงเทียนสงบอารมณ์ลง
“ฮ่วนเอ๋อ ข้าไม่เป็นไร”
ต้วนหลิงเทียนที่สัมผัสได้ก็เอื้อมมืออีกข้างไปตบหลังมือฮ่วนเอ๋อเบาๆ ยิ้มกล่าวออกมาด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน
ในขณะที่พวกต้วนหลิงเทียนเริ่มเดินทางเข้าไปยังพื้นที่สามัญได้สักพัก พื้นที่ก้าวข้ามกว่าครึ่งบัดนี้ก็ได้รับทราบเรื่องราววีรกรรมที่ต้วนหลิงเทียนทำลายนิกายอมตะสราญรมย์กันหมดแล้ว อีกทั้งเรื่องราวยังเริ่มแพร่กระจายออกไปด้วยความเร็วอันน่ากลัว คงอีกไม่นานก็รู้กันหมด
ณ ถิ่นที่อยู่ของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ
นับตั้งแต่วันที่ต้วนหลิงเทียนมาเยือนนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับแล้วเข่นฆ่าโจวหมิง 1 ใน 3 บรรพบุรุษของนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับไป และทำให้ไป๋หวู่จี้ต้องจบชีวิตตัวเอง บรรยากาศทั่วทั้งนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับก็อึมครึมประหนึ่งมีเมฆหมอกทะมึนมืดปกคลุมไปทั่ว