หลังงจากต้วนหลิงเทียนใช้พลังหอบหิ้วทุกคนวูบร่างออกมาจากนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับ ทั้งเหินร่างห่างออกมาได้พักหนึ่งเขาก็หยุดร่างลง หมายให้เถี่ยไท่เหอหอบหิ้วเดินทางต่อเพื่อเป็นการประหยัดพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดในร่าง แต่ไม่ทันได้กล่าวอะไร เถี่ยไท่เหอประสานมือโค้งคารวะกล่าวขอบคุณต้วนหลิงเทียนออกมาจากใจเสียก่อน
ถึงแม้กล่าวไปในระดับหนึ่งต้วนหลิงเทียนก็ถือว่าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของนิกายอมตะไท่อี แต่อีกฝ่ายก็อยู่ในฐานะอาคันตุกะทรงเกียรติเท่านั้น
สำหรับอาคันตุกะทรงเกียรติแล้ว ไม่ใช่ธุระหรือหน้าที่อะไรที่จะต้องมาล้างแค้นให้เหอซานบรรพจารย์ของนิกายอมตะไท่อีเลย
เช่นนั้นเถี่ยไท่เหอจึงรู้สึกขอบคุณต้วนหลิงเทียนอย่างถึงที่สุด
“อาวุโสเถี่ยท่านกล่าวเกินไปแล้ว ข้าอย่างไรก็เป็นอาคันตุกะทรงเกียรติของนิกายอมตะไท่อี เรื่องของบรรพจารย์ไท่อี ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก”
ต้วนหลิงเทียนตลี่ยยิ้มบางๆค่อยกล่าวสืบต่อ “นอกจากนั้นเรื่องของบรรพจารย์ไท่อี ครั้งนี้เป็นนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับทำเกินไป ถึงขั้นข้าทนดูไม่ได้จริงๆ”
พอกล่าวจบคำ สองตาต้วนหลิงเทียนก็ทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง ค่อยพูดต่อออกมาว่า “อาวุโสเถี่ย ต่อไปรบกวนท่านพาข้ากับฮ่วนเอ๋อไปนิกายอมตะสือหังที่พื้นที่สามัญหน่อย”
การมาเยือนนิกายอมตะสวรรค์ลี้ลับนั้น สำหรับต้วนหลิงเทียนแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากแวะข้างทางสักนิด