และในขณะที่กล่าวคำออกมา ประกายตาที่พึ่งหรี่ลงได้ไม่ทันไร ก็ทอประกายสดใสขึ้นมาอีกครั้ง มองไปยังคล้ายดวงดาวกลางฟ้ายามราตรีกาลอยู่บ้าง
ก่อนจะมายังนิกายอมตะสราญรมย์ ต้วนหลิงเทียนก็วางแผนไว้แล้ว ว่าจะเลยไปยังนิกายอมตะสือหังด้วย
แน่นอนว่าการไปเยือนนิกายอมตะสือหังครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดไปพาตัวมู่หรงปิงให้ไปกับเขาแต่อย่างใด
เพราะในระหว่างเดินทาง ต้วนหลิงเทียนก็ครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องราวมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
เรื่องที่เขามองมู่หรงปิงเป็นผู้หญิงของเขานั้น ไม่ต้องสงสัยเลย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงอยากให้มู่หรงปิงมีชีวิตอยู่อย่างดี ปลอดภัยไร้เรื่องราว
หากเขาพามู่หรงปิงออกจากา 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ กระทั่งออกจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ภาคกลางกับเขา เป็นธรรมดาว่าต้องพบพานอันตรายอันยากคาดเดา
นอกจากนั้นมู่หรงปิงยังอยู่นิกายยอมตะสือหังมาทั้งชีวิต ผูกพันกับนิกายอมตะสือหังอย่างมาก หากเขาพานางไปด้วย นางย่อมยากจะปรับตัวได้เหมือนเขา
พอคิดไปคิดมาแล้ว ต้วนหลิงเทียนจึงรู้สึกว่า การปล่อยให้นางใช้ชีวิตต่อไปในนิกายอมตะสือหัง สมควรเป็นเรื่องดีสำหรับนางมากกว่า
จนเมื่อความสามารถของเขาสูงถึงขั้นช่วยเหลือเค่อเอ๋อภรรยาเขา รวมถึงลี่เฟยและครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหายเขาจากดินแดนแห่งมวยเทพได้แล้ว เขาค่อยย้อนกลับมายังหลิงหลัวเทียนแห่งนี้ เพื่อรับตัวมู่หรงปิงไปอยู่กับเขา…
‘หลังผ่านไปพันปี ข้าจะกลับมารับตัวนางไปอยู่กับข้า’