‘แต่จะเป็นอย่างนั้นได้…ต้องหมายความว่าถึงวันนั้น ข้ายังมีชีวิตอยู่’
‘ตอนนี้ที่ข้าทำได้…ก็มีแต่ให้นางได้อยู่ในนิกายอมตะสือหังอย่างปลอดภัยไร้เรื่องราว และมีชีวิตที่ดี…’
ระหว่างที่เถี่ยไท่เหอหอบหิ้วมายังนิกายอมตะสราญรมย์นั้น ต้วนหลิงเทียนได้ตัดสินใจแล้ว และพบว่าไม่ควรกระเตงมู่หรงปิงให้ไปเสี่ยงตายกับเขา
เพราะสุดท้ายแล้วหนทางสายนี้ของเขา เบื้องหน้าล้วนมีแต่เมฆหมอดบดบัง จะอยู่หรือตายก็ไม่อาจทราบได้
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะเติบโตก้าวหน้าจนถึงจุดที่สามารถช่วยพวกเค่อเอ๋อลี่เฟยและคนอื่นๆจากดินแดนแห่งทวยเทพได้ในเวลาพันปี…
ระหว่างการเดินทางของเขา ไม่พ้นต้องพบพานภยันตรายนานานับประการ และการเข่นฆ่าอันโหดร้ายเพื่อช่วงชิงแน่แท้!
เขาไม่อยากให้มู่หรงปิงต้องมาลำบากไปกับเขา!
พื้นที่สามัญนั้น เมื่อมันอยู่ติดกับพื้นที่ก้าวข้าม เวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางจึงน้อยกว่าตอนเดินทางมาจากนิกายอมตะไท่อี
แต่ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเดินทางน้อยลงกว่าเดิม อาศัยความเร็วของเถี่ยไท่เหอ ก็ยังต้องใช้เวลาเดินทางนานหลายเดือน
“ปรมาจารย์โอสถต้วน…”
หลังเหินร่างออกห่างนิกายอมตะสราญรมย์ได้สักพัก สุดท้ายเถี่ยไท่เหอที่บังเกิดอาการคันในหัวใจยากจะเกาแต่แรก ก็อดไม่ได้จำต้องถามต้วนหลิงเทียนออกมาให้รู้เรื่องกันไป “ท่าน…หลังเข้าไปในนิกายอมตะสราญรมย์ก่อนหน้า…ได้เข่นฆ่าระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์หมดสิ้นแล้วหรือ?”