เพราะมันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าหลังเข่นฆ่าระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์ไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนใช่คิดจะเปลี่ยนใจ แล้วฆ่ามันทิ้งอีกคนด้วยหรือไม่…
มันก็เลยกังวลใจอย่างหนัก
‘ข้าก็โลภมากไปได้…แค่ได้รับอุปกรณ์อมตะจอมราชันสิ้นเปลืองที่ใช้ได้ถึง 3 ครั้ง และสามารถครอบครองพลังขอบเขตจอมราชันอมตะ 1 ต้นกำเนิดได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว คนธรรมดาทั่วไป ชั่วชีวิตเผลอๆจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสสิ่งนี้ด้วยซ้ำ’
พอนึกถึงภายหลัง ต้วนหลิงเทียนก็ส่ายหัวไปมาเบาๆ ด้วยรู้สึกว่าตัวเองชักจะโลภเกินไปแล้ว
อย่างไรก็ตามแม้จะบังเกิดความโลภ แต่ไม่ว่าใครหน้าไหนลองมาเป็นต้วนหลิงเทียนก็ไม่พ้นต้องบังเกิดความรู้สึกเช่นเดียวกันทั้งสิ้น
เรื่องบางอย่างหากยังไม่ได้ประสบกับตัวก็ไม่เป็นไร
แต่พอได้ประสบเข้ากับตัว และสัมผัสได้ถึงความหอมหวานของมันแล้ว ก็ยากที่จะเสียมันไป และยากที่จะไม่อยากสัมผัสถึงมันอีก…
ต้วนหลิงเทียนก็เป็นเช่นนั้น
“พวกที่เห็นพ้องต้องกันเรื่องฆ่าข้า…ยังมีใครเป็นปลาที่เล็ดลอดร่างแหหรือไม่?”
หลัจากนั้นไม่นานนัก ต้วนหลิงเทียนก็กลับมาสติแจ่มใสอีกครั้ง หันไปมองถามจี้ฟ่านเสียงเบา
“ไม่! ไม่มีแล้ว!!”
ได้ยินคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน จี้ฟ่าน ผงะไปวูบหนึ่งจากนั้นก็เร่งสายหัวไปมาเป็นพัลวัน “ยกเว้นอาวุโสบางคนที่ไม่ได้อยู่ในนิกายอมตะสราญรมย์ตอนนั้น เหล่าระดับสูงที่ร่วมหารือเรื่องฆ่าท่านทั้งหมดอยู่ที่นี่หมดแล้ว”