กล่าวถึงจุดนี้ จี้ฟ่านคล้ายฉุกคิดอะไรขึ้นได้ มันจึงกล่าวเสริมออกมาด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ “แต่หากท่านจะถามถึงปลาที่เล็ดลอดร่างแหจริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี…”
“ยังมีปลาตัวไหนเล็ดลอดร่างแหไป?”
ต้วนหลิงเทียนเลิกคิ้วขึ้น
“ก็…ข้าเอง”
จี้ฟ่านมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาหวั่นเกรง จากนั้นก็ยิ้มแหยๆพลางชี้มาที่ตัวเอง
“เจ้า?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองจี้ฟ่านด้วยสายตาระอา จากนั้นก็คร้านจะสนใจเรื่องนี้สืบต่อ เอ่ยถามออกไปห้วนๆว่า “แล้วที่ข้าให้เจ้าใช้ลูกแก้วเงาลอยบันทึกเรื่องราวตอนฆ่าหลี่ผิงล่ะ ตกลงเจ้าได้บันทึกไว้รึยัง?”
“ถึงแม้จะเกิดเรื่องผิดคาดที่หลี่ผิงบรรลุถึงราชาอมตะได้…แต่ตอนที่ข้าฆ่ามันตัวมันก็ยืนนิ่งไม่ได้เคลื่อนไหว เช่นนั้นถึงเป็นลูกแก้วเงาลอยระดับขุนนางก็สมควรบันทึกฉากตอนมันตายตกได้อยู่…”
“แล้วเจ้าอย่าได้บอกเชียวว่าลืม…หากเจ้าลืมขึ้นมาจริงๆก็อย่าได้โทษข้าที่จะผิดสัญญา แล้วฆ่าเจ้าทิ้ง!”
กล่าวถึงท้ายประโยค ลูกตาต้วนหลิงเทียนก๋เผยประกายเยียบเยยย็นอำมหิตออกมา
“บันทึก! บันทึกไว้แล้ว…ท่านปรมจารย์โอสถต้วนข้าบันทึกไวทั้งหมด!!”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน จี้ฟ่านก็เร่งกล่าวตอบออกไปอย่างรีบร้อน ขณะเดียวกันในใจก็บังเกิดความรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“ต่อไป ข้ามีเรื่องหนึ่งให้เจ้าคิดไปกระทำ…”