“จี้ฟ่าน! เจ้ารนหาที่ตายเองแท้ๆ แต่ยังคิดจะดึงพวกเราไปเกี่ยวอีกหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของจี้ฟ่าน ระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์ที่พึ่งเงียบไปก็โพล่งขึ้นมาอีกครั้ง แลดูมีโมโหนัก
“ปรมาจารย์โอสถต้วน ขอท่านอย่าได้หลงเชื่อวาจาเหลวไหลของจี้ฟ่าน…ตอนนี้มันมิต่างอันใดกับไหที่ตกแตกแล้ว แต่ยังอยากได้เบาะรองอีกสองสามชั้น!”
(เสียหายไปแล้ว แต่ยังอยากจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น)
“ใช่แล้วปรมาจารย์โอสถต้วน…วาจาเหลวไหลไร้แก่นสารของมัน ขอท่านอย่าได้หลงเชื่อ”
“ปรมาจารย์โอสถต้วน…”
…
ตอนนี้เหล่าระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์พยายามโน้มน้าวต้วนหลิงเทียนให้เชื่อสุดชีวิต หน้าผากของพวกมันปรากฏเหงื่อเย็นผุดซึมเป็นสาย
“ประมุขหลิว…เจ้ามีอะไรจะพูดไหม?”
อย่างไรก็ตาม ต้วนหลิงเทียนไม่ได้สนใจอะไรเหล่าระดับสูงของนิกายอมตะสราญรมย์แม้แต่น้อย เพียงหันไปมองถามหลิวเสวียนคง ประมุขนิกายอมตะสราญรมย์ที่เงียบมาจนถึงบัดนี้
“ปรมาจารย์โอสถต้วน ทุกอย่างเป็นดั่งที่ผู้อาวุโสระดับสูงกล่าว…เรื่องทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของศิษย์อกตัญญูจี้ฟ่านกับหลี่อันอาจารย์ของข้า 2 คน…”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน หลิวเสวียนคงที่เงียบมาตลอดก็จำต้องปริปากกล่าวคำออกมาเสียงหนัก
“แน่นอนว่าหากปรมาจารย์โอสถต้วนคิดว่า การฆ่าอาจารย์ข้าหลี่อันกับคนทรยยศอย่างจี้ฟ่านแล้ว ท่านยังไม่สาแก่ใจและหายแค้น…เช่นนั้นท่านก็ฆ่าข้าอีกคนหลังสำเร็จโทษจี้ฟ่านเถอะ!”