ตระกูลฉางซุนก็แปรเปลี่ยนในที่สุด
“กฎเกณฑ์ขั้นสาม! มิใช่เขาถูกสาปหรือ? เขาบรรลุกฎเกณฑ์ขั้นสามได้อย่างไร?”
“หรือค าสาปจะถูกปลดแล้ว?”
เมื่อได้ข่าวนี้ ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนล้วนหนักใจยิ่งนัก
ความน่ากลัวของเจียงผิงอันมิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะพรรณนาได้แล้วเขาไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน ยากจะพบคู่ต่อกร
ยามคนเช่นนี้ปลดค าสาปได้ ก็เหมือนปลดปล่อยตัวตนบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัวออกจากคุมขัง
ผู้ฝึกตนขอบเขตเดียวกันมิกล้ามองเขา ต่างผู้ล้วนเงียบไป
ทุกผู้ทราบว่า แม้เจียงผิงอันจะแค่บรรลุกฎเกณฑ์ขั้นสามได้ไม่นาน ก็ยังยากยิ่งหากผู้ใดในขอบเขตเดียวกันจะเอาชนะ
เจียงผิงอันเห็นว่าไม่มีใครพูด สีหน้าก็เย้ยหยันดูแคลน
ผู้ฝึกตนของตระกูลฉางซุนล้วนเดือดดาล แต่ก็ยังไร้ผู้ใดกล้าพูดสักค า
ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าซับซ้อน
เป็นเช่นค าร ่าลือจริงแท้ เจียงผิงอันไม่ตาย ใครจะกล้าอ้างตัวว่าไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน
กระทั่งตระกูลฉางซุนอันแข็งแกร่ง ยังไร้ผู้ใดกล้าต่อกร
“หากหนึ่งคนไม่กล้ามา ก็สิบคนเป็นไร” เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ
ยามนี้ เขาต้องการเพียงระบายความคับแค้นใจด้วยการฆ่าฟัน
สายตาของผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนเรืองประกาย
“เจ้าเด็กสามหาว เจ้าวอนหาเรื่องเองนะ!”
“กล้ามาหาเรื่องเราตระกูลฉางซุนถึงบ้าน เจ้าไม่ได้กลับไปแน่!”
“เดี๋ยวเหลาจื่อจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ เอง!”
ผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนซึ่งเดิมมิกล้ามองมา