“สหายเต๋าเจียง เรากลับไปดื่มกันต่อดีกว่า เมรัยถนอมจิตมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะดื่มได้นะ”
ซูไห่ไม่ได้ถามว่าเจียงผิงอันขึ้นหอคอยสยบเซียนได้กี่ชั้น หากเขาออกมาเร็วเพียงนี้ ก็น่าจะเป็นชั้นสามหรือชั้นสี่
หากถามออกไป อีกฝ่ายจะเสียหน้าแน่แท้
เจียงผิงอันกล่าว “ที่ผู้อาวุโสเก้าพูดก่อนหน้านี้ ยังนับได้อยู่หรือไม่? ที่ว่าหากข้าได้ ‘วิชาคะนึงทิพย์’ มา จะช่วยข้าท าลายตระกูลฉางซุน”
“ตาเฒ่าผู้นี้รักษาสัจจะเสมอ หากเจ้าน า ‘วิชาคะนึงทิพย์’ มาได้เราก็จะช่วยเจ้าล้างแค้น”
ซูไห่เน้นความนัยต่างฝ่ายต่างช่วยกัน หมายความว่าหากเจ้าช่วยเราไม่ได้ เราก็ไม่ช่วยเจ้า
เจียงผิงอันพยักหน้า น าหยกโบราณสีน ้าเงินออกมาชิ้นหนึ่ง ส่งให้กับซูไห่
“ข้าน าสิ่งนี้ลงมาจากชั้นสิบ น่าจะเป็น ‘วิชาคะนึงทิพย์’”
ซูไห่นิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนที่เขาจะระเบิดหัวเราะ “ฮ่า ๆ เดิมทีข้านึกว่าสหายเต๋าเจียงจะเป็นคนเครียด ๆ มิคาดเลยว่าจะปล่อยมุกเป็นกับเขาด้วย”
ผู้อาวุโสรายล้อมเองก็หลุดข า
ปรากฏว่าเจียงผิงอันปล่อยมุกหยอกเล่น แม้จะไม่รู้สึกว่ามันน่าข าตรงไหน แต่พวกเขาก็ยังต้องรักษาหน้าอีกฝ่าย
นี่คือว่าที่เจ้านิกายเทวมาร
ไร้ผู้ใดเชื่อเลยว่าเจียงผิงอันถือ ‘วิชาคะนึงทิพย์’ อยู่ในมือ ผู้คนล้วนถือว่าเจียงผิงอันแค่หยอกเล่น
“ข้ามิได้ล้อเล่น นี่คือ ‘วิชาคะนึงทิพย์’ จริง ๆ”
เจียงผิงอันดูเคร่งขรึม
“พอแล้ว เราดื่มกันต่อดีกว่า ‘วิชาคะนึงทิพย์’ นี่ให้สหายเต๋าเจียงแ