ผู้อาวุโสทั้งหลายรีบเร่งถ่ายทอดกระแสปราณ สื่อสารกันผ่านจิตสัมผัส
“เฒ่าเก้า เจ้าอยู่ดีไม่ว่าดี งานนี้จะท าเช่นไร?”
“ช่วยข้าคิดทีว่าจะผ่านมันไปได้เช่นไร?”
“เกี่ยวกับเราที่ไหน เจ้าเองที่โอ้อวด เจ้าก็ต้องแก้เองสิ”
เมื่อเห็นผู้คนรอบข้างที่นี่หาช่วยเขาไม่ ผู้อาวุโสเก้าซูไห่ก็เดือดดาลจนอยากขว้างจอกสุรา เขาครุ่นคิดเล็กน้อย วางจอกสุราลง แล้วกล่าวว่า
“สหายเต๋าเจียง เราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนอยากช่วยเจ้าจัดการกับขยะมนุษย์ตระกูลฉางซุนเหล่านั้นจริง ๆ”
“แต่เราแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนช่วงนี้สถานการณ์หาดีไม่ ข้าก็ยังมีค าไหว้วานอยู่ หากเจ้าคลี่คลายมันได้ อย่าว่าแต่ช่วยเจ้าท าลายตระกูลฉางซุนเลย ต่อให้ท าลายหอต าราเทียนเต้าให้ราบก็ยังได้”
วาทะเหล่านี้เหลวไหลทั้งเพ แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเกรียงไกรแสนนาน จะอยู่ในสถานการณ์ย ่าแย่ได้อย่างไร
เขาจงใจพูดเช่นนี้เพื่อสร้างภาพว่าพวกเขาแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนยุ่งหัวปั่นยากช่วยเหลือ อยากให้เจียงผิงอันถอยไปเอง
จุดประสงค์แท้จริงก็คือจะพูดว่า ‘หากเจ้าช่วยเราไม่ได้ เราจะช่วยเจ้าได้อย่างไร?’
เขาคิดว่าเจียงผิงอันจะเข้าใจความนัยของเขา และจะไม่ถามต่อจากนี้ และละอายมิขอความช่วยเหลือจากพวกเขาอีก
“ค าไหว้วานใด?” เจียงผิงอันถามเข้าประเด็น
ซูไห่ “…”
ไฉนเจ้าถามออกมาจริง ๆ เล่า!
เจ้าจะแก้มัน หรือแค่ถามเล่น ๆ?
แท้จริง เจียงผิงอันอยากถามอีกฝ่ายอยู่ว่าอยากได้ทรัพยากรใดหรือไม่ เขาจะใช