“พวกมันกล่าวว่า หากปรมาจารย์โอสถต้วนเป็นราชาอมตะจริง…ในงานสมัชชาเต๋าโอสถ ไฉนถึงนิ่งดูดายปล่อยให้ไป๋หวู่จี้ฆ่าผู้อาวุโสเหอซาน? มิใช่หากฆ่าได้กระทั่งหลี่อัน เช่นนั้นคิดจะหยุดไป๋หวู่จี้เอาไว้ ก็นับเป็นเรื่องราวอันง่ายดายหรือไร?”
“เอ่อ…เรื่องนี้มันก็จริง ไฉนข้าไม่ทันนึกถึงมาก่อนนะ…”
“หรือว่า…บางทีในงานสมัชชาเต๋าโอสถตอนนั้น เป็นปรมาจารย์โอสถต้วนคิดว่าท่านบรรพจารย์ได้เข่นฆ่าไป๋อวี่ซวนไปจริงๆ? ในเมื่อบิดาอย่างไป๋หวู่จี้คิดล้างแค้น ก็เป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผล จึงไม่ได้ลงมือเข้าขัดขวางเรื่องราวความแค้นของผู้อื่น?”
“ที่เจ้าว่ามาก็อาจเป็นได้…เพราะสุดท้ายแล้วปรมาจารย์โอสถต้วนก็ต้องจากนิกายอมตะไท่อีไปในสักวัน ถึงตอนนั้นจะหยุดไป๋หวู่จี้ไม่ให้ฆ่าท่านบรรพจารย์ได้ แล้วหลังจากปรมาจารย์โอสถต้วนจากไปแล้วเล่า? ถึงตอนนั้นไป๋หวู่จี้ที่โดนขัดขวางไว้ ไม่ใช่ว่าจะมีโทสะและบุกมาเข่นฆ่าคนถึงนิกากยอมตะไท่อีหรือไร เผลอๆอาจไม่ได้มีแค่ท่านบรรพจารย์คนเดียวที่ตาย แต่อาจมีคนอื่นตายเพราะถูกมันระบายอารมณ์คับแค้น! กล่าวได้ว่าถึงปรมาจารย์โอสถต้วนจะสอดมือยับยั้งเรื่องราวได้ ก็รังแต่จะทำให้ไป๋หวู่จี้เพาะสร้างความแค้นที่มีต่อนิกายอมตะไท่อีเรามากขึ้นเท่านั้น”
“เช่นนั้นพวกเราอาจกล่าวได้ว่า…ไม่ใช่ปรมาจารย์โอสถต้วนไม่เคลื่อนไหว แต่ไม่อาจเคลื่อนไหว!”
….