เมื่อวาจาทำนองดังกล่าวดังขึ้นไปทั่วทุกแห่งหน ภายในเขตที่พักของประมุขนิกายอมตะไท่อี ไป๋ผิงประมุขนิกายอมตะไท่อีก็ได้แต่ขมวดคิ้วย่นเป็นปม สีหน้าของมันฉายชัดถึงความสับสนไม่เข้าใจออกมา
“จากที่ปรมาจารย์โอสถต้วนกล่าวไว้ก่อนหน้านี้…ตอนที่ท่านบรรพจารย์เผชิญหน้ากับการเข่นฆ่าของไป๋หวู่จี้ เป็นปรมาจารย์โอสถต้วนไม่อาจช่วยได้ทัน…กล่าวได้ว่าวันนั้นปรมาจารย์โอสถต้วนไม่อาจยับยั้งไป๋หวู่จี้ไม่ให้สังหารท่านบรรพจารย์ได้จริงๆ…”
“แต่หากเป็นเช่นนั้น…ไฉนวันนี้ปรมาจารย์โอสถต้วนถึงสำแดงพลังกล้าแข็งถึงขั้นบดขยี้หลี่อันออกมาได้ง่ายดายเล่า? แถมพลังที่เผยออก ยังนับว่าเหนือกว่าราชาอมตะทั่วไปด้วยซ้ำ?”
ในหัวไป๋ผิงตอนนี้ เรื่องราวที่ดูย้อนแย้งได้ตีกันในหัวอย่างมะรุมมะตุ้ม จนมันสับสนไปหมด
“ช่างมันเถอะ ข้าจะคิดมากไปทำอะไร…เพียงรอปรมาจารย์โอสถต้วนกลับมา ค่อยถามตรงๆเสียก็จบ”
พอคิดหาเหตุผลอยู่นานแต่ไม่อาจหาเหตุผลมารองรับได้ สุดท้ายไป๋ผิงก็เลิกคิดอะไรให้มาก เพียงตัดสินใจว่ารอให้ต้วนหลิงเทียนกลับมาก่อน ค่อยถามเจ้าตัวเอาก็รู้เอง…