“อย่าพึ่งคิดไปไกลขนาดนั้น…อย่าได้ลืมไปเสียเล่า ว่าในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบจากค่ายกลจำกัดด่านพลังเอาไว้ ตัวตนขอบเขตราชาอมตะจึงมิอาจรั้งอยู่ได้นาน หากข้าเข้าใจไม่ผิด…ปรมาจารย์โอสถต้วนคงต้องออกจากพื้นที่ชายแดนไปเร็วๆนี้แล้วล่ะ”
…
พอได้เห็นพลังของต้วนหลิงเทียนแล้ว เหล่าอาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะไท่อีทั้งหลายก็ตระหนักได้ถึงความจริงข้อนี้ทันที และรู้ว่าอีกไม่นานต้วนหลิงเทียนก็คงต้องอำลานิกายอมตะไท่อีไปแล้ว
“เหตุผลที่ปรมาจารย์โอสถต้วนยังรั้งอยู่ในนิกายอมตะไท่อีเรา ส่วนใหญ่เป็นเพราะคิดฝึกฝนวรยุทธ์อมตะกับเวทย์พลังระดับขุนนาง 3 สายที่ได้มาอย่าง ‘ราชันไม่เคลื่อนไหว’ และ ‘ปราณม่วงบูรพา’ ให้แตกฉาน เพื่อที่จะได้บันทึกไว้ในยันต์อมตะเก็บความทรงจำให้นิกายอมตะไท่อีเรา…”
ตอนนี้เองไป๋ผิงประมุขนิกายอมตะไท่อี ที่นิ่งเงียบฟังบทสนทนาอยู่นาน ก็เอ่ยออกมาอย่างทอดถอนใจ “และตัดสินจาก ราชันไม่เคลื่อนไหวกับปราณม่วงบูรพาที่ปรมจารย์โอสถต้วนพึ่งใช้ออกมาให้พวกเราเห็น…ข้าเกรงว่าคงอีกไม่นานก็คงแตกฉานแล้วล่ะ เวลาที่ต้องจากกันคงอีกไม่นานแล้ว”
“และเท่าที่ข้าสังเกตเห็น น่ากลัวว่าปราณม่วงบูรพาของปรมจารย์โอสถต้วน สมควรฝึกสำเร็จไม่ก็เจียนจะสำเร็จเต็มที…ส่วนราชันไม่เคลื่อนไหว จากลักษณะพุทธองค์ร่างทองที่ใกล้ชัดเจน ก็คงใช้เวลาอีกไม่นานที่จะบรรลุถึงขั้นตอนไร้ตำหนิ…”