“แต่นี่ก็ช่วยไม่ได้ พวกนิกายอมตะเชียนจีกับนิกายอมตะหลงหวู่จะไม่เชื่อก็ไม่แปลกหรอก เพราะสุดท้ายพวกมันก็ไม่ได้มาเห็นเรื่อราวกับตาอย่างที่พวกเราเห็น…ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใดจะไปทราบว่า อยู่ๆปรมาจารย์โอสถต้วนจะเข่นฆ่าสังหารหลี่อันได้ง่ายดายขนาดนั้น ยังจะไปทันคิดเรื่องนำลูกแก้วเงาลอยมาบันทึกเรื่องราวได้ทันอย่างไร?”
“ที่สำคัญ ลูกแก้วเงาลอยธรรมดาก็คงไม่อาจบันทึกภาพเรื่องราวอะไรได้ทัน…เว้นเสียแต่จะเป็นลูกแก้วเงาลอยระดับราชาอมตะ ถึงจะสามารถจับภาพความเคลื่อนไหวของปรมาจารย์โอสถต้วนได้ทัน กล่าวได้ว่าคงยากที่พวกเราจะหาหลักฐานอะไรมายืนยันได้…”
“ใช่…เพราะต่อให้เป็นลูกแก้วเงาลอยระดับขุนนาง ก็ไม่อาจบันทึกการเคลื่อนไหวของราชาอมตะได้ มีแต่ลูกแก้วเงาลอยระดับราชาอมตะเท่านั้น ถึงจะสามารถบันทึกความเคลื่อนไหวของตัวตนขอบเขตราชาอมตะได้”
…
คนของนิกายอมตะไท่อีหลายคนสนทนาถึงเรื่องนี้กันด้วยความเสียดาย ว่าไฉนพวกมันถึงไม่มีลูกแก้วเงาลอยระดับราชาพกติดตัวกันไว้
ซ้ำร้ายคนที่มีลูกแก้วเงาลอยระดับราชาวันนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เพราะพวกมันหลายคน ถึงแม้จะมีลูกแก้วเงาลอยระดับราชาพกติดตัว แต่เรื่องราวก็เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ใครจะไปทันคิดถึงเรื่องนำออกมาบันทึกได้ทัน…
ทำให้เหล่าอาวุโสระดับสูงของนิกายอมตะไท่อีที่มีลูกแก้วเงาลอยระดับราชาไว้ในครอบครอง พากันโอดครวญกันยกใหญ่ แต่ละคนเรียกว่าเสียใจกันสุดซึ้ง…