พอได้ยินเสียงอุทานทักด้วยความตกใจของชายววัยกลางคนในชุดคลุมสีเงิน ชายหนุ่มที่แลดูสภาพไม่ค่อยจะสู้ดี ก็รีบเค้นเรี่ยวแรงวิ่งเข้ามาทันที แต่แทนที่มันจะไปหาอาจารย์ของมัน มันกลับวิ่งตรงไปหาไป๋หวู่จี้
ตุบ!
ครู่ต่อมาท่ามกลางสงสัยใคร่รู้ของผู้คนทั้งจัตุรัสเต๋าโอสถ ชายหนุ่มดังกล่าวก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าไป๋หวู่จี้ สีหน้าของมันเริ่มฉายชัดถึงความโศกเศร้า ปากอ้าพะงาบๆไร้สำเนียง คล้ายมีเรื่องบางอย่างคิดพูด แต่วาจานั้นยากจะกล่าวออก…
“เสี่ยวลิ่ว เจ้าทำอะไรกัน?”
คิ้วไป๋หวู่จี้ขดย่นยิ่งกว่าเดิม
“เสี่ยวลิ่ว…”
สีหน้าชายวัยกลางคนในชุดคลุมก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อเห็นฉากศิษย์ตัวเองไปคุกเข่าแบบนั้น
มันย่อมรู้จักศิษย์ของตัวเองเป็นอย่างดี
หากไม่เกิดเรื่องอะไรร้ายแรง ศิษย์ของมันไม่มีวันทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด
ทันใดนั้นในใจของมันก็บังเกิดสังหรณ์อัปมคลหนึ่งขึ้น แถมยิ่งมาลางร้ายดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มพูน
“ท่านประมุข ศิษย์น้องอวี่ซวน…ศิษย์น้องอวี่ซวน…”
ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจกล่าวออกมา หากแต่น้ำเสียงยังคงตะกุกตะกัก เนิ่นนานก็ยังไม่อาจกล่าวออกมาให้เป็นประโยค
“ซวนเอ๋ออันใด! เกิดอะไรขึ้นกับซวนเอ๋อ!?”