“หากเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่ ก็ช่วยรับผิดชอบศิษย์พี่หญิงสามของข้าเสีย! รีบพาศิษย์พี่หญิงสามหนีไปให้ไกลจากพื้นที่ชายแดนโดยเร็วที่สุด พานางกลับไปตระกูลเจ้าที่ภาคกลางได้ยิ่งดี…หากเจ้าไม่พาศิษย์พี่หญิงสามข้าไปด้วย ข้าเกรงว่าหลังกลับไปถึงนิกายอมตะสือหังคราวนี้ เรื่องราวทั้งหมดคงไม่อาจปิดบังท่านอาจารย์ได้แล้ว”
เสียงลุ่ยหลัวที่ดังขึ้นในหูต้วนหลิงเทียนสืบต่อ ยังจริงจังเคร่งเครียดเป็นพิเศษ “ด้วยนิสัยของท่านอาจารย์ หากรู้ว่าศิษย์พี่หญิงสามไม่อาจมีวาสนาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนิกายอมตะสือหังเพราะเรื่องความบริสุทธิ์ของนางล่ะก็ ข้ากลัวว่าท่านอาจารย์จะลงมือจัดการศิษย์พี่หญิงสามอย่างไร้เยื่อใยทันที!”
“ในอดีตนานมาแล้ว ศิษย์พี่หญิงของข้าคนหนึ่ง ก็ถูกท่านอาจารย์สำเร็จโทษเพราะเรื่องทำนองนี้มาแล้ว…”
กล่าวถึงท้ายประโยค เสียงของลุ่ยหลัวก็สั่นไปเล็กน้อย ราวกับนางกังวลเรื่องความปลอดภัยของมู่หรงปิงมากจริงๆ
ตั้งแต่เล็กจนโต นางใช้เวลาอยู่กับมู่หรงปิงศิษย์พี่หญิงสามของนางคนนี้มากกว่าเวลาที่ใช้อยู่ร่วมกับอาจารย์เสียอีก!
เช่นนั้นในสายตาของนาง จึงเห็นนมู่หรงปิงไม่ต่างอะไรจากพี่สาวแท้ๆมานานแล้ว นางย่อมไม่อยากให้ศิษย์พี่หญิงสามของนางต้องเกิดเรื่อง!
“หากเจ้าเต็มใจพาศิษย์พี่หญิงสามของข้าหนีตามกัน…ต่อไปไม่เพียงแต่ข้าจะไม่เรียกเจ้าว่าเจ้าหนุ่มหน้าขาวเท่านั้นนะ ข้าจะเรียกเจ้าว่าพี่เขยเพราะๆเลยด้วย”