กล่าวถึงประโยคนี้ น้ำเสียงของลุ่ยหลัวก็อ่อนลงเล็กน้อย ราวกับนี่เป็นนางที่ประนีประนอมยอมลงมากแล้ว
เรียกว่ายอมลงให้ต้วนหลิงเทียนมากที่สุดเท่าที่นางจะทำได้…
“หากศิษย์พี่หญิงสามของเจ้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงนางถึงขนาดนี้ นางต้องดีใจมากแน่ๆ…”
ถึงแม้คำพูดของลุ่ยหลัวจะฟังแล้วเด็กน้อยไปหน่อย แต่ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดีว่าสิ่งที่นางกล่าวนั้น มาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ และนางอยากให้ศิษย์พี่หญิงสามปลอดภัยไร้เรื่องราวมากขนาดไหน “ข้าเองก็ชวนให้นางไปกับข้าแล้ว…แต่นางดันไม่เต็มใจจะไปกับข้าเนี่ยสิ…”
“แถมนางยังบอกข้าอีกว่า…นางจะไปถามความเห็นของอาจารย์นางก่อน และหากอาจารย์ไม่ปล่อยนางไป นางก็ไม่คิดจะไปไหน ที่สำคัญหากอาจารย์คิดสำเร็จโทษนางจริงๆ นางยังจะขอขมาด้วยชีวิตอีก…”
ตั้งแต่ที่ลุ่ยหลัวบอกให้เขารับผิดชอบมู่หรงปิงด้วย ต้วนหลิงเทียนก็ทราบได้ทันที
ไม่พ้นลุ่ยหลัวต้องรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับมู่หรงปิง
และเขามั่นใจมากว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่พบกันครั้งแรก ลุ่ยหลัวยังไม่รู้เรื่องนี้เลย นางน่าจะพึ่งรู้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ได้ยินเสียงผ่านพลังของต้วนหลิงเทียนรอบนี้ ลุ่ยหลัวก็เงียบไปทันที
และเมื่อสายตาของนางละออกจากต้วนหลิงเทียนไปหันมองมู่หรงปิงที่อยู่ข้างๆ ในแววตาก็ฉายชัดถึงความอับจนหนทางและไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ศิษย์พี่หญิงสามของนางก็เป็นอย่างนี้มาตลอด…
“ชิวหลัว…”