หลังจากที่ทั้ง 2 นิกายออกจากจุดนี้ ก็ไปถึงอีกฟากหนึ่งของจัตุรัส และใกล้ๆกับแท่นหินที่ชายชราผู้นั้นลงมาพอดี
และพอชายชราดังกล่าวปรากฏตัวออกมา ทุกคนก็พากันไปแห่คารวะทักทาย
“ผู้เฒ่าในชุดสีเทาผู้นั้นมีนามว่าเคอเฉวียน เป็นปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงสุดของพันธมิตรปรมาจารย์อมตะ…ถึงแม้ว่านับจากทักษะแล้วจะอยู่ชั้นล่างสุดของบรรดาปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงสุดในพันธมิตรปรมาจารย์อมตะก็ตาม แต่อย่างระดับสูงสุดก็คือระดับสูงสุด…ใน 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ปรมาจารย์หลอมโอสถอมตะระดับสูงสุดนับว่ามีนับได้ด้วยนิ้วมือ เช่นนั้นสถานะของมันในพันธมิตรปรมาจารย์อมตะของภาคตะวันออกเฉียงใต้จึงนับว่าสูงมาก”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจับจ้องไปยังชายชราในชุดสีเทาแลดูธรรมดาๆด้วยความสนใจ เสียงของบรรพจารย์ไท่อีก็ดังขึ้นอย่างประจวบเหมาะ
“ส่วนชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างกายนั้น เป็นขุนนางอมตะ 9 ตำหนัก ชื่อแซ่เต็มๆของมันมีน้อยคนที่จะล่วงรู้…ปกติแล้วปรมาจารย์โอสถเคอมักเรียกหามันว่า ‘เสี่ยวเหอ’ ผู้คนยังพากันคาดเดาไปเรื่อยว่าที่แท้มันชื่อแซ่เต็มๆว่าอันใดกันแน่”
…
ในขณะที่ผู้คนที่เหลืออีก 6 คนกำลังเหาะลงไปยังแท่นหินต่างๆในอีก 3 ทิศที่เหลือ เสียงของบรรพจารยญ์ไท่อีก็ดังขึ้นข้างหูให้ต้วนหลิงเทียนได้ยินอีกครั้ง