ทันใดนั้นเองซือถูหมิงที่เหลือบมองไปยังกลางจัตุรัสเต๋าโอสถพอดี ก็กล่าวอุทานออกมาอย่างประจวบเหมาะ
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ ก็หันไปมองใจกลางจัตุรัสเต๋าโอสถเช่นกัน
จึงได้เห็นว่ามีร่าง 8 ร่างเหาะลงมาจากฟ้า จากนั้นก็แยกย้ายกันออกไปยังแท่นหินทั้ง 4 ทิศๆละ 2 คน
กลุ่มแรกที่ร่อนลงมาถึงแท่นหินก่อนก็คือชายวัยกลางคนกับชายชรา ด้านชายวัยกลางคนนั้นแต่งกายสุภาพเรียบร้อยดั่งอาลักษณ์ ในมือถือพัดขนนก ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปานหยกเสลา เห็นได้ชัดว่าตอนมันยังหนุ่มสมควรหล่อเหลาเอาเรื่องทีเดียว!
ชายชราข้างๆนั้น ดวงตาสีโคลนของมันแลดูชืดชาต่อทุกสิ่ง ใบหน้ายังไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ชุดที่ใส่ก็แค่ชุดสีเทาเรียบง่ายธรรมดาๆ ไร้ชุดคลุมใดๆสวมทับ แลดูไปคล้ายชายชราธรรมดาๆคนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ชายชราผู้นี้ปรากฏตัว ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆแท่นหิน ก็เร่งเข้าไปห้อมล้อมมัน ทั้งประสานมือโค้งคารวะอย่างสุภาพเรียบๆร้อยๆ
“ปรมาจารย์โอสถเคอ!”
“ปรมาจารย์โอสถเคอ!”
…
เหล่าผู้คนที่อยู่แถวนั้นและเร่งรุดไปคารวะทักทายล้วนแล้วแต่เป็นปรมาจารย์โอสถที่สวมใส่ชุดคลุมปรมาจารย์อมตะทั้งสิ้น หลายคนก็มาจากนิกายอมตะใหญ่ของ 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ต้วนหลิงเทียนยังแลเห็นคนที่คุ้นๆตาไม่กี่คนอยู่ในนั้นด้วย
ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นกลุ่มปรมาจารย์หลอมโอสถของนิกายอมตะหลงหวู่กับปรมาจารย์โอสถของนิกายอมตะเชียนจี ที่พึ่งสนทนากับเขาไปก่อนหน้านั่นเอง