เรียกว่าทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบออกมาครั้งนี้ บรรพจารย์ไท่อีและคนอื่นๆถึงกับหน้าเหวอไปตามๆกัน จากนั้นบางคนก็เริ่มหันไปมองฮ่วนเอ๋อที่ยืนข้างๆกายต้วนหลิงเทียน แต่ก็พบว่าฮ่วนเอ๋อยังคงสงบเหลือเกิน คล้ายไม่สนใจเลยที่ต้วนหลิงเทียนจะมีผู้หญิงอีกคนอย่างมู่หรงปิง
“เช่นนั้น…นางจึงคิดว่าหากฆ่าท่านเสีย มู่หรงปิงจะสามารถขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนิกายอมตะสือหังได้อย่างไร้บ่วงใดๆ?”
ตอนนี้บรรพจารย์ไท่อีไม่ได้นึกไปทำนองที่ต้วนหลิงเทียนกับมู่หรงปิงมีสัมพันธ์ทางกายลึกซึ้งกันแล้วเลย….
ที่มันคิดก็แค่ หากมู่หรงปิงนั้นมีใจให้ต้วนหลิงเทียน เช่นนั้นตราบใดที่ต้วนหลิงเทียนยังมีชีวิตอยู่ ก็ยากที่มู่หรงงปิงจะขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนิกายยอมตะสือหังได้ เพราะถึงตอนนั้นใครจะบอกได้ว่าทุกการตัดสินใจล้วนเกิดจากประมุข ไม่ใช่คนนอก…
ได้ยินคำถามซักไซ้ของบรรพจารย์ไท่อีอีกรอบ คราวนี้ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
เขายังจะพูดอะไรได้อีก?
หรือจะให้เขาบอกบรรพจารย์ไท่อีไปว่า อ่อพอดีข้าหลับนอนกับมู่หรงปิงแล้วน่ะ แล้วพอดีนิกายยอมตะสือหังดันมีกฏไว้ว่าประมุขนิกายต้องครองพรหมจรรย์ เช่นนั้นมู่หรงปิงก็ขึ้นรับตำแหน่งประมุขไม่ได้อีกต่อไป?
อย่างไรก็ตาม การที่ต้วนหลิงเทียนไม่ตอบอะไร ก็ทำให้บรรพจารย์ไท่อีคิดว่าตัวเองเข้าใจถูก…
“คนของพันธมิตรปรมาจารย์อมตะมากันแล้ว!”