ได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียน บรรพจารย์ไท่อีก็อึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามเพิ่ม “ทำไมเล่า?”
ถึงแม้ว่าบรรพจารย์ไท่อี จะไม่ได้ออกเดินทางไกลมาเป็นเวลานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถึงมันไม่ได้ออกไปไหนแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สถานการณ์ของ 6 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในนิกายอมตะใหญ่ทั้งหลาย…
ในบรรดาเรื่องที่มันรับรู้มาเหล่านั้น ก็มีเรื่องที่มู่หรงปิงได้รับเสียงส่วนใหญ่ในนิกายอมตะสือหัง ว่าเป็นผู้ที่จะขึ้นรับตำแหน่งประมุขนิกายอมตะสือหังคนต่อไป…
กระทั่งบรรพจารย์ไท่อียังได้ยยินมาว่า
มากกว่า 9 ส่วนของเหล่าอาวุโสในนิกายยอมตะสือหัง ยังคาดหวังว่ามู่หรงปิงจะขึ้นดำรงตำแหน่ประมุขนิกายอมตะสือหังคนต่อไป
อาจกล่าวได้ว่า เรื่องที่มู่หรงปิงจะขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขของนิกายอมตะสือหังนั้น มันเป็นเรื่องที่เกือบจะแน่นอนแล้ว
ทว่ามาตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกลับบอกว่า…
เป็นเพราะเขา มู่หรงปิงก็เลยไม่อาจขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนิกายอมตะสือหังได้อีก…
ครู่หนึ่งในใจของมันก็อดไม่ได้ที่จะสับสนงุนงง ยังบังเกิดอาการคันในหัวใจยากจะเกาเพราะอยากรู้เหลือเกิน…
“ก็แค่…มู่หรงปิงเป็นผู้หญิงของข้า”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบอย่างเฉยเมย “และประมุขนิกายอมตะสือหัง ไม่อาจมีชายคนรักได้…”