เห็นเสียงผ่านพลังของฮ่วนเอ๋อ
“ใช่ เป็นนาง”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าจากนั้นก็มองตามสายตาฮ่วนเอ๋อ ไปหยุดอยู่ที่มู่หรงปิงอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม มู่หรงปิงคล้ายจะจงใจหลบสายตาของฮ่วนเอ๋อกับเขา
‘ข้าต้องหาทางเกลี้ยกล่อมนางและพานางหนีไปให้ได้…หากข้าไม่อาจเกลี้ยกล่อมนางได้ภายในงานสมัชชาเต๋าโอสถครั้งนี้ ต่อไปเกรงว่าคงยากจะหาโอกาสเจอนางได้อีกครั้ง’
ขณะมองไปยังมู่หรงปิง ต้วนหลิงเทียนก็ลอบตัดสินใจอย่างลับๆ
“อาจารย์ลุงเหอซาน…พวกเรามิพบกันเสียนาน”
ตอนนี้เองกลุ่มคนของนิกายอมตะสือหัง ก็เริ่มก้าวเดินอีกครั้ง ยังเดินเข้ามาหากลุ่มคนของนิกายอมตะโดยมีหนานกงซิ่วผู้เป็นประมุขนำมา แถมนางยังเป็นฝ่ายกล่าวทักบรรพจารย์ไท่อีก่อน!
ในแง่ของลำดับอาวุโสแล้ว นางเรียกบรรพจารย์ไท่อีว่าอาจารย์ลุงก็นับว่าเหมาะสม
“ยาโถวซิ่ว…จะว่าไปตั้งแต่ที่เจ้ากลายเป็นประมุขนิกายอมตะสือหัง พวกเราก็มิเคยได้พบกันอีกเลยใช่ไหม?”
บรรพจารย์ไท่อี มองไปยังหนานกงซิ่วพลางกล่าวทักออกไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแฝงความชื่นชม
มันยังจำได้ ว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นหนานกงซิ่วนั้น ก็ผ่านไปหลายปีแล้ว…
และตอนนั้นหนานกงซิ่วก็ยังไม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขนิกายอมตะสือหัง
กระทั่งยังเป็นแค่สาวน้อยนางหนึ่ง
พริบตาเดียว โดยที่ไม่ทันรู้ตัว…ไม่เพียงแต่หนานกงซิ่วจะเหนือกว่ามันไปแล้ว กระทั่งยังกลายไปเป็นประมุขนิกายอมตะสือหังอีกด้วย