“ใช่ หลายปีแล้วจริงๆ…แล้วอาจารย์ลุงเหอซานเป็นอย่างไรบ้างเล่า หลายปีที่ผ่านท่านสบายดีหรือไม่?”
หนานกงซิ่วคลี่ยิ้มบางๆถามอย่างสุภาพ
อาจารย์ของนางกับบรรพจารย์ไท่อี ถือได้ว่ามีมิตรภาพเล็กๆต่อกัน แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ท้ายที่สุดก็นับว่าเป็นสหายกัน เช่นนั้นนางจึงให้หน้าอีกฝ่าย
ต้องทราบด้วยว่าอาศัยพลังฝึกปรือของนางในตอนนี้ ต่อให้นางไม่คิดจะทักบรรพจารย์ไท่อีออกไปก่อน แต่บรรพจารย์ไท่อีก็จำต้องเข้ามาทักทายนางด้วยความสุภาพ
ท้ายที่สุดแล้ว โลกนี้ก็เคารพผู้เข้มแข็ง
“ข้าก็ยังเหมือนเดิมนั่นล่ะ”
บรรพจารย์ไท่อีก็กล่าวตอบออกไปเร็วไว ไม่กล้าละเลย
เพราะมันเองก็รู้ดี ว่าอาศัยฐานะและความสามารถของหนานกงซิ่วทุกวันนี้ การที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายทักมันก่อน แถมยังเรียกหามันว่าอาจารย์ลุงด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก็นับว่าให้หน้ามันอย่างมากแล้ว…
เพราะสุดท้ายแม้มันกับอาจารย์ของหนานกงซิ่วจะถือได้ว่าเป็นสหายกัน แต่ก็แค่รู้จักกันผิวเผิน เรียกว่าเจอกันก็พยักหน้าให้เพราะเป็นคนรู้จักเท่านั้น
ถึงแม้หนานกงซิ่วจะไม่ให้หน้าอะไรมัน มันก็เข้าใจ
แต่ตอนนี้เป็นหนานกงซิ่วให้หน้ามัน ตัวมันก็ย่อมปฏิบัติต่อนางด้วยดี ไม่กล้าละเลย
“อาจารย์ป้าหนานกง”
ตอนนี้เองประมุขนิกายอมตะเชียนจี เจี่ยนชิวหลัว ก็เป็นฝ่ายกล่าวคำทักทายหนานกงซิ่วออกมา นางยังเรียกหาหนานกงซิ่วเหมือนโจวฉู่ชิงว่า อาจารย์ป้า…